Tuesday, December 25, 2012

ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 แบบมีค่า excess น่าทำหรือเปล่า เพราะเบี้ยถูก

ประกันภัยรถยนต์
ประกันภัยรถยนต์
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ทั้งซ่อมศูนย์ หรือซ่อมอู่ เบี้ยประกันยังค่อนข้างสูงอยู่ แต่หลายๆ คนยังอยากจะทำประกันชั้น 1 เพื่อให้ความคุ้มครองที่สูงสุด เช่น ขับรถถอยชนเสา ชนรั้ว ก็คุ้มครอง น้ำท่วมก็คุ้มครองเต็มจำนวนทุนประกันด้วย  ก็อาจจะต้องต้องลงเอยกับประกันรถยนต์ชั้น 1 แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก (Excess or Deductible) จะทำให้เบี้ยถูกว่าเดิมมากทีเดียว แต่ก็ต้องแลกกับ ค่าเสียหายส่วนแรก กรณีที่เราเกิดอุบัติเหตุ แล้วเป็นฝ่ายผิด ซึ่งอาจจะต้องจ่าย (3,000 – 5,000 บาท) ตามแคมเปญจ์การขายของแต่ละบริษัท
ผมขอยกตัวอย่างประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ทุนประกัน 300,000 บาท เก็บค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท เบี้ยประกัน 8,200 บาท และยังรับรถยนต์ได้ถึง 10 ปี รถหาย ไฟไหม้ หรือรถเสียหายจากอุบัติเหตุ เคลมได้ถึง 300,000 บาท  แต่ในทางกลับกัน หากรถยนต์ของเราเกิดอุบัติเหตุ แถมเป็นฝ่ายผิด เราก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายไป 5,000 บาท ต่อครั้ง  คิดไปคิดมา แล้วมันจะคุ้มมั้ยเนี้ย ชน 2 ครั้ง ถ้ารวมกับเบี้ยเดิม ก็จ่ายเกือบ 20,000 บาท (แต่ถ้ามองในมุมกลับอีกด้านหนึ่ง เราจะมีสมาธิในการขับรถยนต์มากยิ่งขึ้น และมันก็เป็นผลในการลดอุบัติเหตุ และลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นด้วยนะครับ)
ฉะนั้นหากเราจะทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่เก็บค่า excess ก็ควรจะมั่นใจว่าเรามีประวัติการขับขี่รถยนต์ส่วนใหญ่แทบไม่เคยเกิด อุบัติเหตุเลย หรือส่วนใหญ่ในการเกิดอุบัติเหตุแต่เป็นฝ่ายถูก หรือกรณีเกิดอุบัติเหตุที่เราเป็นฝ่ายผิด แต่เมื่อประเมินค่าซ่อมแล้วน้อยมาก ก็ควักเงินเราจ่ายแทนก็ได้ ไม่ต้องเรียกประกัน เช่น เกิดอุบัติเหตุชนกับมอเตอร์ไซค์แล้วเราเป็นฝ่ายผิดเต็มๆ ทางคู่กรณีเรียกร้อง ค่าเสียหายรวม 2,000 บาท เราก็จ่ายเอง ไม่ต้องเรียกประกัน เพราะถ้าเราเรียกประกัน เราอาจจะต้องจ่ายถึง 5,000 บาท แล้วอย่างไหนจะคุ้มกว่ากัน
ข้อมูลดีๆ จาก WWW.SAVEPRAKAN.COM

Saturday, December 22, 2012

ตรวจสอบประกันภัยรถยนต์ ก่อนเดินทางปีใหม่

นอกจากการเช็คสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทางช่างเทศกาลปีใหม่แล้ว อย่าลืมตรวจสอบด้วยว่ากรมธรรม์ พรบ. หรือประกันภัยรถยนต์ที่ เราได้ทำไว้ ยังมีผลคุ้มครองหรือไม่ หรือหมดอายุแล้ว เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว หลายๆ บริษัทประกันภัยก็หยุดด้วยเช่นกัน (ยกเว้นงานให้บริการ เช่น Call Center หรืองานการเคลมประกัน) เพราะถ้าหมดแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งต่อประกันภัยรถยนต์ไว้ ความอุ่นใจในการขับขี่รถยนต์อาจจะลดลงไปด้วย และเมื่อไม่มีประกันคุ้มครอง หากเกิดอุบัติเหตุ นั้นย่อมหมายถึงค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้น อาจจะเป็นตัวเลขหลักพัน หรือหลักล้านก็เป็นได้ และมักจะคำกล่าวพวกนี้อยู่เสมอว่า “ตอนทำประกันไม่เห็นเกิดอุบัติเหตุ  แต่พอไม่ทำแล้วเกิดอุบัติเหตุบ่อยจัง เหมือนนกรู้”  (แต่จริงๆ แล้วตอนทำประกันภัยรถยนต์ก็เกิดอุบัติเหตุนั้นแหละ  แต่เราไม่ต้องเสียตังค์แยะแยะมากมาย เหมือนตอนที่ไม่ทำประกัน แล้วเกิดอุบัติเหตุ)
ฉะนั้นการทำประกันภัยรถยนต์ถือ เป็นการบรรเทาความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากเรามองว่าเบี้ยประกันชั้น 1 อาจจะสูงมาก แต่ประกันชั้นอื่นๆ ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี มีไว้เพื่อบรรเทาได้ไม่มาก ก็น้อย อย่างชั้น 3 เพียงแค่ พันหกร้อยกว่าบาท ไม่แพงอย่างที่คิด หรือเลือกแบบประกันที่เบี้ยเหมาะสม และความคุ้มครองที่เหมาะสมกับตัวเราเอง
ข้อมูลดีๆ จาก WWW.SAVEPRAKAN.COM

Thursday, December 20, 2012

ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ซ่อมศูนย์ แล้วจะเคลมประกันได้ทุกศูนย์หรือไม่

อาจจะคำถามที่หลายคนสงสัย หรือเข้าใจว่า ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และได้เลือกเบี้ยแบบซ่อมศูนย์ (ห้าง) เช่น รถยนต์ของเราเป็นยี่ห้อชื่อดังของญี่ปุ่น อย่าง Toyota หรือ Honda แล้วเราจะเคลมประกันที่ศูนย์ที่ให้บริการของรถยนต์ยี่ห้อดังกล่าว (Dealer) ได้หรือไม่
ถ้าตอบแบบง่ายๆ ก็ต้องบอกว่า ไม่สามารถเข้าได้ทุกศูนย์ ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยได้ประสานงาน กับศูนย์ให้บริการนั้นๆ หรือไม่  ถ้าได้คอนแทคต์ หรือประสานงานกันไว้แล้ว ลูกค้าอย่างเราก็เข้าศูนย์นั้นได้สบายๆ แต่ถ้าไม่ได้คอนแทคต์กันไว้ อย่าเพิ่งไปเข้าครับ ไม่งั้นอาจจะมีปัญหาตามมาคือ เรื่องใหญ่อีก 2 เรื่อง คือ
1. การคุมราคาก่อนเข้าซ่อม ทางบริษัทประกันภัย จะนัดหมายลูกค้า เพื่อมาตรวจสอบสภาพความเสียหาย และคุมราคาการก่อนเข้าซ่อมศูนย์ที่ไม่ได้คอนแทคต์ไว้  เมื่อเราไปเข้าซ่อมที่ศุนย์แล้ว  หากมีส่วนต่าง เช่น ประกันคุมราคาไว้ที่ 10,000 บาท แต่ซ่อมไปซ่อมมา อยู่ 14,000 บาท  แสดงว่าเราต้องควักกระเป๋า จ่ายเองอีก 4,000 บาท แล้วมันจะคุ้มมั้ยเนี้ย
2. การสำรองจ่ายเงินก่อน ประกันบางที่บอกว่าเข้าศูนย์ได้เลย แต่ต้องจ่ายค่าซ่อมเองไปก่อน แล้วค่อยมาเบิกคืนภายหลัง บางบริษัทประกันภัยก็จ่ายคืนเต็มจำนวน เราจ่ายเท่าไหร่ ได้คืนเท่านั้น  แต่ก็มีบริษัทประกันภัยบางที่ จ่ายเท่าไหร่  แต่หากซ่อมจริงแพงกว่า ก็ต้องจ่ายเองด้วย  (เคสนี้ เหมือน ข้อ 1 และ ข้อ 2 รวมกันเลย)

แล้วถ้าเราจะเลือกซ่อมศูนย์ ควรจะเลือกบริษัทประกันภัยยังไง ขอแบ่งเป็นพื้นที่เป็น 2 พื้นที่
กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง อย่าง นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี
ส่วนใหญ่บริษัทประกันก็จะมีศุนย์ซ่อมห้างอยู่แล้ว แต่มากน้อย ก็ลองวัดจากชื่อเสียงแล้วกันครับ

ต่างจังหวัด
ตัว นี้จะเป็นตัววัดถึงความมีคุณภาพของบริษัทประกันภัยอีกหนึ่งมิติ บริษัทหากไม่ใหญ่จริง หรือไม่มีคุณภาพให้บริการจริง ก็ไม่สามารถให้บริการได้อย่างครอบคลุมได้ แม้กระทั้งบริษัทดังๆ ยังต้องบอกตัวแทนว่า พื้นที่ดังกล่าวบริษัทอาจจะมีปัญหาให้บริการได้  ลองคิดดูครับว่า แล้วบริษัทเล็กๆ หละ จะเป็นอย่างไร

วิธีเช็คศูนย์ให้บริการที่คอนแทคต์ไว้กับบริษัท อาจจะทำให้ 2 แบบ
1. โทรไปยังบริษัทประกันภัยโดยตรง  หากเป็นพื้นที่ต่างจังหวัด อาจจะต้องเช็คกับสาขาบริษัทประกันภัยด้วย เพราะจะได้ข้อมูลล่าสุด ของศุนย์ให้บริการ เพราะในระบบส่วนกลางอาจจะยังไม่มี ก็ได้
2. เช็คกับศูนย์ให้บริการ แต่ต้องถามย้ำอย่างชัดเจนนะครับ เพราะเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ อาจจะตอบคาดเคลื่อนได้ โดยอาจจะต้องถามย้ำว่า เช่น ทำประกันภัยรถยนต์ไว้กับบริษัท....  ถ้ารถยนต์เรามีเคลม แล้วมาซ่อมที่นี่  บริษัทประกันจะเคลียร์ให้หรือเปล่า หรือต้องจ่ายเงินเอง

ผม เชื่อตัวแทนที่ขายประกันมาเป็นระยะเวลานาน จะพอทราบว่าหรือให้คำตอบว่าบริษัทประกันภัยที่ใด  มีสาขา หรือมีศูนย์ที่คอนแทคมากน้อยเพียงใด

ข้อมูลดีๆ จาก WWW.SAVEPRAKAN.COM

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 น่าทำมั้ย เบี้ยก็แพง

หลายๆ คนคงต้องบอกว่าเบี้ยประกันชั้น 1 แพงมาก ยิ่งซ่อมศูนย์ด้วย ยิ่งแพง ฉะนั้น อาจจะเลือกทำประกันภัยรถยนต์ ประเภท อื่นๆ แทน เช่น ประกันภัย ประเภท 2+ หรือ 3+ หรือจะแบบถูกสุด ก็ ประเภท 3 เลย เรียกว่าคุ้มครองเฉพาะคู่กรณีเป็นหลัก ตัวรถยนต์ของเรา ค่อยว่ากัน  เพราะหากจ่ายเบี้ยประกันชั้น 1 หากรวบรวมสะสมมา ก็เป็นแสน ซ่อมรถยนต์คันหนึ่งได้สบาย
แต่ในทางกลับกัน มีบางท่านที่เคยทำประกันภัยรถยนต์ ประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่ชั้น 1 บอกว่า รถยนต์ในปัจจุบันยิ่งมีมากขึ้น ทั้งคนขับใหม่ และคนขับเดิม  น่าจะมีความเสี่ยงมากขึ้น อาจจะต้องหันมาทำชั้น 1 แล้ว แม้ว่าเบี้ยประกันเริ่มใหม่ จะมีแนวโน้มสูงก็ตาม แต่ก็เพื่อให้ความคุ้มครองภัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ประกันภัยรถยนต์ที่เราจะทำ เราอาจจะเลือกทำประกันเพราะความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ประสบการณ์ในการขับขี่ และเงินในกระเป๋าของเรา ลองดูนะครับ ว่าเราควรเลือกทำประกันประเภทใด หรือชั้นใด ที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด
ข้อมูลประกันภัยรถยนต์ดีๆ จาก WWW.SAVEPRAKAN.COM

Wednesday, December 19, 2012

ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แล้วกุญแจหาย จะได้รับความคุ้มครองหรือเปล่า

ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แล้วกุญแจหาย จะได้รับความคุ้มครองหรือไม่
เคสนี้ อาจจะต้องยกเป็น 2 กรณี  ว่า
1.    กรณีทำกุญแจหายเอง
2.    กรณีลูกกุญแจหาย จากการถูกลักทรัพย์  ชิงทรัพย์  ปล้นทรัพย์  ยักยอกทรัพย์
โดยเงื่อนไขกรมธรรม์ภาคสมัครใจ หมวดความคุ้มครองรถยนต์สูญหายไฟไหม้ ข้อ 1 นั้น ให้ความคุ้มครองการสูญหายของรถยนต์คันเอาประกันภัย รวมทั้งอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ หากสูญหายจากการ ลักทรัพย์  ยักยอกทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ซึ่งจากข้อเท็จจริงปรากฎว่า กุญแจกรถยนต์สูญหายจากการ ลักทรัพย์  ยักยอกทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ หรือ เกิดอุบัติเหตุแล้วหายขณะใช้รถยนต์ จะได้รับความคุ้มครอง จะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขดังกล่าว
จะเห็นได้ว่า ประกันภัยรถยนต์ให้ความคุ้มครอง กรณีกุญแจรถยนต์สูญหาย ไม่ทุกกรณีนะครับ ยังไงก็โปรดระมัดระวังด้วยครับ เพราะหากกุญแจรถยนต์สูญหาย เรื่องแรกที่เราจะนึกถึง ว่าเราจะเข้ารถยนต์ได้อย่างไร และคงสร้างความปวดหัวให้กับเราเป็นเวลาที่นานเอาการเลยหละครับ
ข้อมูลดีๆ จาก WWW.SAVEPRAKAN.COM

Thursday, December 6, 2012

แคมเปญจ์ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 แบบแปลกๆ แต่ถูก

แคมเปญจ์ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 แบบแปลกๆ แต่ถูก

ตลาดประกันภัยรถยนต์ มีการแข่งขันทางการตลาดอย่างสูง หลายๆ บริษัทก็พยามงัดกลยุทธ์เพื่อมากระตุ้นยอดขาย เพื่มเบี้ยประกันตามเป้าหมายที่ได้คาดหวังไว้ ลองมาวิธีการส่งเสริมการขายแบบแปลกๆ และบางครั้งเราก็เริ่มคุ้นหูกันบ้างแล้ว
1. แคมเปญจ์ใช้รถน้อย จ่าย เบี้ยน้อย หรือประกันตามไมล์ จะเริ่มคุ้นมากครับ สำหรับบริษัทประกันแห่งนี้ ข้อดีที่สำคัญ คือเหมาะสำหรับคนที่ใช้รถน้อย และต้องการเบี้ยถูก แถมยังสามารถเลือกทุนประกันได้ด้วย
2. แคมเปญจ์สำหรับข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือรวมถึงพนักงานบริษัท เรียกว่ามีหลายๆ บริษัทให้ความสนใจกับตลาดกลุ่มนี้ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำประกันด้วยอัตราเบี้ยที่ถูกลงกว่าปกติ
3. แคมเปญจ์รถที่ใช้ต่างจังหวัด (ไม่รวม กรุงเทพฯ และปริมณฑล) เพราะมองว่าอัตราการเกิดอุบัติเหตุจะมีน้อยกว่ารถในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล  นั่นย่อมหมายถึงโอกาสในการเซฟต้นทุนการเคลม หรือจ่ายสินไหม เพื่อกลายเป็นผลกำไรในที่สุด
4. แคมเปญจ์ปลอดแอลกอฮอล์ เป็นโครงการที่ส่งเสริมการเมาไม่ขับ และลดการเกิดอุบัติเหตุ จริงๆ ผลประโยชน์น่าจะเกิดกับตัวผุ้ทำประกันมากที่สุด (เพราะได้เบี้ยถูก และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุด้วย) แม้ว่าผลสุดท้ายบริษัทจะลดการเคลม หรือจ่ายสินไหม ด้วยก็ตาม
5. แคมเปญจ์สำหรับกลุ่มอายุ เช่น 30 – 50 ปี หรือ 35 ปีขึ้นไป น่าจะเป็นเหตุผลว่ากลุ่มคนดังกล่าวมีวุฒิภาวะในการขับขี่ที่ดีมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มวัยรุ่น หรือวัยที่เริ่มต้นทำงาน
6. แคมเปญจ์สำหรับกลุ่มคนที่มีครอบครัว คงจะคล้ายๆ กับการกำหนดกลุ่มอายุ เพราะหมายถึงวุฒิภาวะในการขับขี่ที่ดี มีความระมัดระวัง คำนึงถึงครอบครัว
7. แคมเปญจ์ลดความคุ้มครอง โดยทำให้ความคุ้มครองในบางส่วนลดลง ในระดับที่พอรับได้ และส่งผลให้เบี้ยประกันลดลงตามไปด้วย
8. แคมเปญจ์ เลือกกลุ่มรถยนต์ ซึ่งโดยปกติจะเน้นกลุ่มรถยเก๋งส่วนตัวที่เครื่องยนต์เกิน 2500ccขึ้นไป (รวมถึงกระบะ 4 ประตู จดเก๋ง)  หรืออาจจะลงมาเล่นตลาดรถยนต์กลุ่มขนาดเล็ก เช่น กลุ่มเครื่องยนต์ 1500cc โดยเน้นปริมาณให้มากขึ้น เพื่อนำมาเฉลี่ยการเคลม หรือการจ่ายสินไหม แทน

นี่คือแคมเปญจ์ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่ทางบริษัทประกันภัยนำมาใช้ในการแข่งขันทางการตลาด โดยเน้นให้เบี้ยประกันภัยถูกลง แต่ประเด็นในด้านการให้บริการหลังการขาย (การเคลม การจ่ายสินไหม) ก็ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญเช่นกัน ที่บริษัทจะละเลยไม่ได้ เพราะนั้นหมายถึงภาพลักษณ์ที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มลูกค้าทั้งในปัจจุบัน และอนาคต
ข้อมูลประกันภัยดีๆ ที่ www.saveprakan.com

Tuesday, December 4, 2012

ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ต่างบริษัท เริ่มคุ้มครองเมื่อไหร่

แจ้งทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ต่างบริษัท เริ่มคุ้มครองเมื่อไหร่ ลองมาดูเงื่อนไขแต่ละเคส นะครับ
1. รถยนต์ป้ายแดง และยังไม่ออกจากโชว์รูม ไม่จำเป็นต้องถ่ายรูปรถยนต์ (ตรวจสภาพรถยนต์) เพียงมีหลักฐานการซื้อขาย กรณีมีอุปกรณ์ติดตั้งเพิ่มเติม ก็แจ้งยืนยันกับทางบริษัทประกันภัยด้วยครับ เพื่อให้ความคุ้มครองที่สมบูรณ์ และครบถ้วน และเริ่มคุ้มครองตั้งแต่บริษัทรับตกลงทำประกัน

2. รถยนต์ที่จะต่อประกันกับบริษัทเดิม หากเราแจ้งให้คุ้มครองต่อเนื่องจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เดิม ก็ไม่ต้องถ่ายรูปรถยนต์ คุ้มครองต่อเนื่องจากประกันเดิม ซึ่งปกติจะหมดเวลา 16.30 น.  แต่หากประกันภัยเดิมขาดต่อประกัน และหากยังประสงค์จะทำประกันชั้น 1 ต่อกับบริษัทเดิมอีก ก็ต้องตรวจสภาพ(ถ่ายรูปรถยนต์) เพื่อตรวจสอบว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีรอยหรือไม่ และจะรับประกันหรือไม่  ขนาดประกันเดิมขาดต่อแค่ 1 วัน ก็ต้องตรวจสภาพ (บางทีบริษัทประกันก็โหดเหมือนกัน)

3. รถยนต์ที่จะทำประกันกับบริษัทอื่นที่ไม่ใช่บริษัทเดิม (เปลี่ยนบริษัท) ถ้าเป็นประกันชั้น 1 แบบปกติแล้ว ต้องถ่ายรูปรถยนต์ (ตรวจสภาพรถยนต์) ด้วยครับ  ยกเว้นกรณีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แบบที่เก็บค่าเสียหายส่วนแรก (ExCESS-Deductible) อาจจะไม่ต้องถ่ายรูปรถยนต์ก็ได้   และมีบางบริษัทประกันภัยที่ไม่ต้องถ่ายรูปรถยนต์ (ขอสงวนไว้แล้วกันครับ) หากเดิมลูกค้าได้ทำประกันชั้น 1 มา  และประกันเดิมไม่ได้ขาดต่อ

และเคสที่ทำประกันชั้น 1 ต่างบริษัท และต้องถ่ายรูป-ตรวจสภาพรถยนต์ จะเริ่มคุ้มครองเมื่อไหร่ นี่คือคำถามที่ตั้งโจทย์ไว้ตั้งแต่แรก
โดย ปกติแล้ว เมื่อเราได้แจ้งทำประกันชั้น 1 แล้ว ทางบริษัทประกันภัย จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ประกันภัย มาเพื่อนัดหมายถ่ายรูปรถยนต์ แต่ในระหว่างที่่เรารอให้บริษัทมานั้น ความคุ้มครองจะกลายเป็นประกันภัยรถยนต์ประเภท 3  ง่ายๆ คือคุ้มครองเฉพาะคู่กรณี  ไม่คุ้มครองรถเรา เช่น
ประกันเดิมขาด ต่อ และจะแจ้งทำประกันชั้น 1 กับบริษัทประกันภัย และให้เริ่มคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม  แต่เจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันนัดหมายตรวจสภาพรถยนต์ ในวันที่ 18 ธันวาคม  ฉะนั้น อย่างน้อยในระหว่างวันที่ 15 -17 ธันวาคม นี้ จะได้รับความคุ้มครองแบบประเภท 3 ไปก่อน  โดยเมื่อทางบริษัทได้ดำเนินการตรวจสภาพแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะคุ้มครองในทันทีทันใดนะครับ จะต้องไปตรวจสอบสภาพรถยนต์ ว่ามีความเรียบร้อยหรือไม่ หากเรียบร้อย ก็คุ้มครองได้เลย ถือว่าคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม แต่หากรถยนต์มีความเสียหายเกินกว่าที่กำหนด หรือมีอุปกรณ์ตกแต่งมากเกินไป ก็อาจจะแจ้งปฏิเสธไม่รับทำประกันชั้น 1 หรือรับทำประกันชั้น 1 แต่กำหนดเงื่อนไขในการรับประกันต่อไป

ฉะนั้นเมื่อเราจะเปลี่ยน บริษัท เพื่อทำประกันชั้น 1 ควรจะเร่งให้ทางบริษัทติดต่อนัดหมายให้ถ่ายรูปรถยนต์เพื่อตรวจสภาพรถยนต์โดย เร็ว และถ้าเป็นไปได้ก็แจ้งทำประกันล่วงหน้าก่อนประกันจะหมด ช่วงประมาณ 1 เดือนก่อนประกันภัยเดิมจะหมด จึงจะสบายใจที่สุด

ข้อมูลประกันภัยดีๆ จากเว็บไซต์ www.saveprakan.com

Monday, December 3, 2012

ประกันภัยรถยนต์หมดมกราปีหน้าแล้ว จะต่อก่อนสิ้นปี หรือปีหน้าดี


หลายๆ ท่านได้รับรถยนต์ช่วงเดือนมกราคมในช่วงปีใหม่ และได้ทำประกันภัยรถยนต์ใน เวลาเดียวกัน แต่หากจะต่อประกันในปีถัดไป โดยเฉพาะในปี 2556 ควรจะต่อช่วงไหนดี ระหว่างเดือนธันวาคม ปลายปี ก่อนประกันหมด หรือช่วงเดือนมกราคม ซึ่งตรงกับเดือนที่ประกันหมด
แนวโน้มอัตรา เบี้ยประกันในปีหน้า จะสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนค่าแรงในการซ่อม หรือต้นทุนค่าอะไหล่ มีการปรับเพิ่มจำนวน 7- 10% ซึ่งเป็นผลโดยตรง หรือทางอ้อม จากอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่จะมีผลในปี 2556 ทั่วประเทศ แม้ว่าทางบริษัทจะประกันจะเลือกขยับเบี้ยประกันในกลุ่มรถยนต์ที่น่าจะมีความ เสี่ยงมากกว่า เช่นรถยนต์ขนาดเล็ก หรือกลุ่มอีโก คาร์
ฉะนั้น เรารถยนต์ของเราประกันจะหมดปีหน้า เดือนมกราคม ควรจะรีบทำประกันตั้งแต่เดือนธันวาคม  เพราะบริษัทประกันหลายๆ บริษัทยังใช้อัตราเบี้ยเดิมของปีเก่าอยู่ทำให้เบี้ยประกัน ยังเป็นตัวเลขที่เรารับได้  โดยปกติแล้วบริษัทประกันภัย จะเริ่มปรับเบี้ยในอัตราใหม่ของรถยนต์จะเป็นช่วงมกราคม – กุมภาพันธ์ ของแต่ละปี
คำตอบเริ่มจะกระจ่างกันมากขึ้นนะครับ ว่าเราควรทำประกันภัยรถยนต์ในช่วงใด ถึงจะมีแนวโน้มได้เบี้ยที่ถูกกว่า
ข้อมูลด้านประกันภัยดีจาก WWW.SAVEPRAKAN.COM

Thursday, September 27, 2012

รถยนต์โตโยต้า ทำประกันซ่อมศูนย์ ได้ถึง 5 ปี

รถยนต์โตโยต้า ทำประกันซ่อมศูนย์ ได้ถึง 5 ปี ได้จริงหรือไม่? 

 ลองยกตัวอย่างเพื่อสร้างความเข้าใจง่ายๆ ซื้อรถยนต์ โตโยต้า camry หรือ altis ปี 2008 แต่ต้องทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ซ่อมศูนย์ (ซ่อมห้าง) ก็สามารถทำประกันได้ แม้ว่ารถยนต์คันดังกล่าวจะอายุรถเข้าปีที่ 5 และไม่เคยทำประกันมาก่อน ซึ่งเคสนี้เบี้ยอาจจะมีราคาสูงหน่อย แต่เหมาะสำหรับคนรักรถยนต์ และต้องการนำรถเข้าศูนย์เท่านั้น ประมาณว่าเข้าศูนย์แล้วสบายใจ เชื่อมั่นในการให้บริการของศูนย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทประกันภัยทุกบริษัทจะรับซ่อมศูนย์ได้ทุกบริษัท มีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่สามารถเสนอเบี้ยประกัน ซ่อมศูนย์ได้

Thursday, September 13, 2012

ทำประกันภัยรถยนต์ไว้ เวลามีเคลม มีปัญหา จะติดต่อใครได้บ้าง


ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น1กับวิริยะไว้  ประมาณ  2x,000บาท
แต่ผมไม่รู้จักใครเลย  ไม่รู้จักSale ไม่รู้จักพนก.ของวิริยะคนไหนเลย
ผมทำประกันโดยโอนเงินทางธนาคาร  ไปยัง Toyota Insurance Broker Co., Ltd.

เมื่อรถชนขึ้นมา  ใครจะช่วยเราครับ    ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม โดนตุกติก แล้วตามเรื่องจากใครครับ  
ตามเรื่องจากพนง.ที่วิ่งมาดูเหตุการณ์   หรือตามเรื่องจากSalesของวิริยะ  หรือใครจะมาช่วยเราครับ

โดยไล่เรียงคำตอบ และเพื่อสร้างความความรู้ ความเข้าใจด้านประกันภัยมากยิ่งขึ้น
1. เราทำประกันผ่านโบรกเกอร์ Toyota Insurance ของศูนย์โตโยต้า นั่นอาจจะหมายถึงว่าเราอาจจะต้องติดต่อกับศูนย์นี้ น่าจะได้รับมากสะดวกที่สุด

2. เราทำประกันภัยกับบริษัทวิริยะ  ซึ่งดูเบี้ยแล้วน่าจะซ่อมศูนย์ (ห้าง) ซึ่งกรณีเบี้ยซ่อมศูนย์ (ห้าง) เวลาเราจะเคลม หรือซ่อมรถเรา จะสามารถเข้าศูนย์โตโยต้าได้ ครับแต่ไม่ทุกศูนย์ ขึ้นอยู่กับบริษัทจะ Contact หรือ Deal กันไว้แล้ว และเบี้ยซ่อมศูนย์ยังสามารถเข้าซ่อมอู่ต่างๆ ได้

3. เวลาติดต่อด้านประกันภัย เราควรจะติดต่อกับบริษัทประกันภัยโดยตรง ตัวอย่างเช่น บริษัท วิริยะ ติดต่อได้ที่เบอร์ 1557

4. แล้วมีตัวแทนไว้ทำอะไร : นี่แหละครับอีกเรื่องที่สำคัญเช่นกัน การซื้อผ่านตัวแทน เบี้ยอาจจะถูกบ้าง แพงบ้าง ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัยครับ แต่ตัวแทนที่ดีไม่ได้มีหน้าขายของอย่างเดียว ควรต้องสามารถช่วยเหลือลูกค้าได้ด้วย ทั้งในเรื่องการให้ข้อมูลด้านประกันภัยที่ถูกต้อง การติดต่อประสานงาน  การให้บริการ การช่วยการบริการงานเคลม หรืองานสินไหม เพราะหลายๆ เรื่อง บุคคลทั่วไปอาจจะไม่ทราบข้อมูล

5.การเกิดอุบัติเหตุ ว่าเกิดอย่างไร เป็นฝ่ายถูก หรือเป็นฝ่ายผิด มีคู่กรณีหรือไม่มี  ชนฟุตบาท จ่ายค่าเสียหายส่วนแรก excess หรือไม่ต้องจ่าย พนักงานเคลมไกล่เกลี่ยจบหรือไม่ หรือเรื่องต้องถึงตำรวจ อะไรหรือเปล่า เรื่องเล่ากันยาว.... เลยครับ

6. หากรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือความไม่ถูกต้อง คนที่ช่วยเราในเบื้องต้น คือ พนักงานเคลม หรือพนักงานเซอร์เวย์ ของบริษัทเรา และตัวแทน ที่จะช่วยแนะนำข้อมูลต่างๆ ได้ แต่หากเป็นเคสหนักๆ ก็คงต้องพึ่ง คปภ. (หน่วยงานที่กำกับดูแลและส่งเสริมด้านประกันภัย) ทั้งในพื้นที่ส่วนกลาง หรือสำนักงาน คปภ.จังหวัด

ขอให้สนุกกับการขับขี่ และขับขี่อย่างปลอดภัยนะครับ

Tuesday, September 11, 2012

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 PAJERO SPORT ซ่อมศูนย์-ห้าง

ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 ซ่อมศูนย์ สำหรับรถยนต์แห่งอนาคต MITSUBISHI PAJERO SPORT ที่มีอายุรถยนต์ไม่เกิน 3 ปี (2010-2011-21012) 
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ซ่อมศูนย์ (ซ่อมห้าง) MITSUBISHI PAJERO SPORTปี 2012 - 2010
บริษัทประกันภัย
ทุนประกันรถยนต์
(ตามรุ่นรถยนต์)
ปีรุ่นรถยนต์ & เบี้ยประกัน ราคาพิเศษ
หมายเหตุ
2012
2011
2010
กรุงเทพประกันภัย
700,000 ฿-16,40016,700
รถยนต์ปีที่ 2-3 จะต้องมี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ของปีล่าสุด
750,000 ฿
-
16,97017,300
800,000 ฿
-
17,57017,900
850,000 ฿
-
18,150
18,500
900,000 ฿
-
18,750
950,000 ฿
-
19,350
1,000,000 ฿
23,426
19,900
-
1,050,000 ฿
24,200
-
1,100,000 ฿
24,950
-
-
1,150,000 ฿
25,700
-
-
แถมฟรี พรบ.รถยนต์ มูลค่า 645 บาท
รายละเอียดต่าง ๆ ของบริการประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ซ่อมศูนย์
ความคุ้มครอง
ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (คู่กรณี)
ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย /คน1,000,000 บาท
ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย /ครั้ง10,000,000 บาท
ความเสียหายต่อทรัพย์สิน / ครั้ง2,500,000 บาท
รถยนต์สูญหาย เสียหาย ไฟไหม้ (รถเรา)
ความเสียหายต่อรถยนต์ตามทุนประกันภัยรถยนต์
รถยนต์สูญหาย/ไฟไหม้ตามทุนประกันภัยรถยนต์
ความเสียหายส่วนแรก ตามหน้าตารางกรมธรรม์ไม่มี
ความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย
เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร/คน50,000 บาท (5 คน)
ค่ารักษาพยาบาล /คน50,000 บาท (5 คน)
วงเงินการประกันตัวผู้ขับขี่200,000 บาท
ภัยก่อการร้ายตามทุนประกันภัยรถยนต์
การซ่อมรถยนต์
ซ่อมศูนย์บริการ (ซ่อมห้าง)

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 TOYOTA PRIUS ซ่อมศูนย์-ห้าง


ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1 ซ่อมศูนย์ สำหรับรถยนต์แห่งอนาคต TOYOTA PRIUS ที่มีอายุรถยนต์ไม่เกิน 3 ปี (2010-2011-21012)


ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ซ่อมศูนย์ (ซ่อมห้าง TOYOTA PRIUS ปี 2012 - 2010
บริษัทประกันภัย
ทุนประกันรถยนต์
(ตามรุ่นรถยนต์)
ปีรุ่นรถยนต์ & เบี้ยประกัน ราคาพิเศษ
หมายเหตุ
2012
2011
2010
กรุงเทพประกันภัย
850,000 ฿
-
-
20,359
รถยนต์ปีที่ 2-3 จะต้องมี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ของปีล่าสุด
900,000 ฿
-
20,650
21,050
950,000 ฿
-
21,350
21,750
1,000,000 ฿
25,900
22,050
-
1,050,000 ฿
26,800
22,800
-
1,100,000 ฿
27,700
-
-
1,150,000 ฿
28,600
-
-
แถมฟรี พรบ.รถยนต์ มูลค่า 645 บาท
รายละเอียดต่าง ๆ ของบริการประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ซ่อมศูนย์
ความคุ้มครอง
ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (คู่กรณี)
ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย /คน1,000,000 บาท
ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย /ครั้ง10,000,000 บาท
ความเสียหายต่อทรัพย์สิน / ครั้ง2,500,000 บาท
รถยนต์สูญหาย เสียหาย ไฟไหม้ (รถเรา)
ความเสียหายต่อรถยนต์ตามทุนประกันภัยรถยนต์
รถยนต์สูญหาย/ไฟไหม้ตามทุนประกันภัยรถยนต์
ความเสียหายส่วนแรก ตามหน้าตารางกรมธรรม์ไม่มี
ความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย
เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร/คน50,000 บาท (5 คน)
ค่ารักษาพยาบาล /คน50,000 บาท (5 คน)
วงเงินการประกันตัวผู้ขับขี่200,000 บาท
ภัยก่อการร้ายตามทุนประกันภัยรถยนต์
การซ่อมรถยนต์
ซ่อมศูนย์บริการ (ซ่อมห้าง)


ต่อประกันภัยรถยนต์ที่เดิมหรือที่ใหม่ ดีกว่ากัน


ในปีแรกได้ประกันภัยรถยนต์แถมมา แต่ถ้าต้องการต่อประกัน
ผ่านตัวแทนประกันภัยหรือบริษัทประกันภัยจะได้ส่วนลดประกันภัยกี่ %
และควรต่อกับตัวแทนที่เดิม หรือต่อกับตัวแทนที่ใหม่ 
ผมขอตอบคำถามนี้ เพื่อสร้างมิติและมุมมองที่ต่างออกไป สำหรับการต่อประกันภัยรถยนต์
สำหรับการต่อประกันที่เดิม กรณีมีเคลม แล้วซ่อมกับประกันเดิม  : ซึ่งเราเป็นฝ่ายผิด หรือไม่มีคู่กรณี อาจจะต้องดูความเสียหายหรือมูลค่าการซ่อม ที่บริษัทได้จ่ายไป ว่ามากน้อยเพียงใด บางที่มีเคลมนิดเีดียว ก็อาจจะให้ประวัติดี 20% ก็ได้ แต่ถ้าเคลมเยอะ บริษัทประกันจ่ายเยอะ นอกจากจะไม่ได้ประวัติดี แต่อาจจะต้องเสียประวัติไปอีกด้วย ส่งผลให้จ่ายเบี้ยประกันแพงขึ้น
กรณีมีประวัติดี แต่รถเป็นรอย :  ปีแรกทำประกันไว้กับบริษัท A ไม่มีเคลม (ไม่แจ้งเคลม เพราะอยากได้ประวัติดี) แต่รถยนต์เป็นรอย ถ้าต่อกับที่เดิมจะได้ประวัติดี หลังจากประกันฉบับใหม่ให้ความคุ้มครองแล้ว แล้วเราค่อยเคลม ซึ่งจะกลายเป็นว่า ปีที่ 2 เรามีเคลม ทำให้เบี้ยปีที่ 3 เราอาจจะมีประวัติดีเพียง 20% หรือไม่เหลือประวัติดีเลย (ประวัตดี/ประวัติดีลดลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมูลค่าการเคลม หรือการซ่อม)
กรณีมีประวัติดี และรถสภาพดี : สามารถต่อกับที่เดิมก็ได้ หรือต่อกับที่ใหม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเบี้ยใหม่ที่ได้รับ และข้อมูลอื่นๆ ที่จะนำมาประกอบการพิจารณา
สำหรับการต่อประกันที่ใหม่ 
เมื่อเราเคลมประกัน และซ่อมรถยนต์กับประกันที่เดิมเป็นที่เรียบร้อย จะมองหาประกันที่ใหม่ หลายๆ บริษัทให้ประวัติดีมาเลย 20% เพื่อจูงใจให้ลูกค้าทำประกันกับบริษัทต่างๆ และหากปีที่ 2 ไม่มีเคลม มีประวัติดี ต่อประกันปีที่ 3 จะกลายเป็น 30% ทำให้เบี้ยถูกลงกว่าเดิมครับ (แบบแรก ประวัติดีอาจจะไม่เหลือ เพราะยังไงก็ต้องเคลม)
เมื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่า ของทั้ง 2 แบบ อาจจะต้องพิจาณาว่า 
1. เบี้ยประกันที่ใหม่ ถูกหรือแพงกว่าที่เดิม อย่างไร
2. การให้บริการของบริษัทฯ ใหม่ จะได้รับการบริการที่ดีหรือไม่ ซึ่งเราอาจจะต้องเปรียบเทียบ ในมิติต่างๆ
(เช่น ความมั่นคง/น่าเชื่อถือ การให้บริการ จำนวนสาขา (มีรองรับพื้นที่เราหรือไม่) การบริการของตัวแทน พนักงานเคลม (มีเพียงพอกับพื้นที่ให้บริการ และเป็นของบริษัทเอง หรือ จ้างเหมามาอีกที) เทคโนโลยีที่ใช้ การให้บริการ และงานด้านสินไหม)
3. ศูนย์รถยนต์ หรืออู่ ที่ประกันคอนแทคไว้ อยู่ในพื้นที่ที่เราจะสะดวกในการขอรับบริการหรือไม่
เบี้ยที่ถูก อาจจะยังไม่ใช่คำตอบเสมอไปครับ ลองใช้เวลา
สนับสนุนข้อมูลประกันภัยรถยนต์ดีๆ จาก เซฟประกัน
ประกันภัยรถยนต์
ประกันภัยรถยนต์

ทำประกันภัยรถยนต์ CAMRY ป้ายแดง 3ปี


ยานยนต์รถหรูแห่งค่าย TOYOTA เป็นรถยนต์ซีดานที่มีเครื่องยนต์หลายขนาด มาเพื่อเป็นทางเลือกให้ตรงใจและความต้องการของแต่ละท่าน พร้อมทั้งยังมีเครื่องยนต์ HYBRID ซึ่งถือเป็นรุ่นแรกในประวัติศาสตร์วงการรถยนต์เมืองไทย ที่ถูกนำมาขึ้นสายการประกอบในประเทศ และหากท่านใดต้องการทำประกันภัยรถยนต์ CAMRY เพื่อให้ความคุ้มครองอย่างเหมาะสม และเบี้ยประกันในราคาถูก กับบริษัทประกันภัยรถยนต์ชั้นนำ เราพร้อมเสนอทางเลือกซึ่งเป็นที่น่าพึงพอใจ
บริษัทประกันภัยที่มอบข้อเสนอดีๆ ให้หับเจ้าของรถยนต์ TOYOTA CAMRY ป้ายแดง หรือรถยนต์ไม่เกิน 3 ปี (มาตฐานซ่อมศูนย์-ห้าง) หรือ 4-5 ปี สำหรับซ่อมศูนย์-ห้าง บางบริษัท ได้แก่  กรุงเทพประกันภัย  เมืองไทยประกันภัย  ประกันคุ้มภัย  วิริยะประกันภัย  สินมั่นคงประกันภัย ฯลฯ

ประกันอุบัติเหตุสำหรับธุรกิจทัวร์นำเที่ยว ตามที่กฎหมายกำหนด


หลายๆ ท่าน ที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ คงได้ทราบว่าได้มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 34 ที่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องจัดให้มีการประกันอุบัติเหตุให้แก่นักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยวในระหว่างเดินทางท่องเที่ยว และตามระเบียบคณะกรรมการธุรกิจการนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ว่าด้วยมาตรฐานการประกอบธุรกิจนำเที่ยว และมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของมัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยว ที่พึงปฏิบัติต่อนักท่องเที่ยว และความรับผิดชอบที่มีต่อนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ตลอดจนค่าตอบแทน หรือความคุ้มครองที่มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยวจะพึงได้รับจากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว หมวด 1 มาตรฐานการประกอบธุรกิจนำเที่ยว ข้อ (11) ได้กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องจัดให้มีการประกันอุบัติเหตุให้แก่นักท่องเที่ยวในระหว่างการเดินทาง โดยมีจำนวนเงินของประกัน กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ ไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาทต่อคน และให้จัดส่งสำเนากรมธรรม์มาให้นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์กลาง ภายใน 15 วัน เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลต่อไป
จากข้อบังคับดังกล่าว ถือว่าเป็นมาตรการที่ทางภาครัฐได้ดำเนินการโดยมีจุดมุ่งหวังให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี และสร้างความปลอดภัย และความอุ่นใจในการท่องเที่ยว และด้วยความคุ้มครองดังกล่าวถือว่าสูงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุทั่วไป แต่นั้นก็ย่อมหมายถึงการเพิ่มต้นทุนในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว หรือการนำเที่ยว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทางออกที่ดีที่สุดอีกทางหนึ่งที่จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ทางภาครัฐกำหนด คือการเลือกกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุสำหรับธุรกิจนำเที่ยวกับบริษัทประกันภัยที่มีความมั่นคง และน่าเชื่อถือ แต่จ่ายเบี้ยประกันเบาๆ
1.Personal Accident (การเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงเนื่องจากอุบัติเหตุ) 1,000,000 บาท
2.Accidental Medical Expenses (การรักษาพยาบาลเนื่องจาก การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ) 500,000 บาท
3.Personal Liability (ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก) 200,000 บาท
4. Emergency Medical Evacuation and Repatriation Expenses (ค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน)-100,000 บาท
5.Repatriation of Mortal Remains(ค่าใช้จ่ายในการส่งศพกลับประเทศหรือประกอบพิธีศพ)- 100,000 บาท
คุณคิดว่าประกันอุบัติเหตุสำหรับธุรกิจทัวร์นำเที่ยว ที่มอบความคุ้มครองทั้งหมดนี้ จ่ายท่านละเท่าไหร่ อย่างที่บอกครับว่าจ่ายไม่แพง เบี้ยประกันเริ่มต้นจ่ายเพียง 25 บาท

ประกันภัยรถยนต์ BENZ หรือ BMW ง่ายกว่ากัน


เจ้าของรถยนต์หรูแห่งค่าย Mercedes Benz หรือ BMW ที่ต้องการทำประกันภัยรถยนต์ ทั้งซ่อมศูนย์ หรือซ่อมอู่ประกัน อาจจะทราบว่ารถยนต์แบรนด์ใด ที่รับประกันได้ยากมากกว่า
ในมุมมองของบริษัทประกัน รถยนต์ BMW เป็นรถยนต์ที่บริษัทประกันภัยอาจจะมีข้อจำกัดในการรับประกันด้วยกันหลายประการ อาทิเช่น การคำนวณเบี้ยประกัน (อาจจะต้องคิดเบี้ยที่สูงเผื่อไว้ก่อน) การจัดซ่อมศูนย์ หรืออู่ประกัน เพราะบางบริษัทต้องการให้ซ่อมศูนย์เพียงอย่างเดียว หากซ่อมอู่อาจจะมีปัญหาในการจัดหาอะไหล่ตามมา แต่เบี้ยซ่อมศูนย์ราคาแพงมาก หรือบางบริษัทอาจจะให้ลูกค้าสำรองจ่ายไปก่อน แล้วค่อยมาเบิกคืนกับบริษัทประกันภายหลัง หรือบางบริษัทไม่รับประกันสำหรับรถยนต์คันเดียว อาจจะต้องขอรับเป็นกลุ่ม (หลายๆ คัน) เพื่อการกระจายความเสี่ยงในการรับประกัน
แต่ด้วยรถยนต์หรูทั้ง Mercedes Benz หรือ BMW ก็จะมีผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ และกลุ่มที่นำเข้าอิสระ (Grey Market) ซึ่งกลุ่มนี้เองก็ส่งผลต่อการรับประกันด้วย เพราะรถ Grey Market บางบริษัทขอปฏิเสธในการรับประกันเลยทีเดียว หรือรับประกันแต่ขอเพิ่มเบี้ยประกันแทน เพราะเมื่อเกิดการเคลมแล้ว จะต้องไปหาอะไหล่ จากผู้จัดจำหน่ายค่ายอิสระ ว่าจะมีอะไหล่หรือเปล่า เพราะบางกลุ่มนำเข้าอิสระ ไม่ได้มีศูนย์จัดซ่อม หรือศุนย์อะไหล่ด้วย
แม้ว่าประกันภัยรถยนต์ bmw จะรับประกันได้ยากมากกว่า แต่ก็ยังมีบริษัทประกันภัยรับประกันอยู่หลายบริษัทครับ

สินมั่นคงประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ตามศูนย์


สินมั่นคงประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ตามศูนย์ ถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์การตลาดฉบับใหม่ ของสินมั่นคง โดยชูจุดเด่นในเรื่องการซ่อมศูนย์ (ซ่อมห้าง) ได้ถึง 5 ปี เพราะโดยปกติแล้วการซ่อมศูนย์ อยู่ที่ 3 ปี และปรับเบี้ยประกันเริ่มต้นให้ถูกลง แต่อาจจะปรับลดความคุ้มครองบางส่วนลงไป เพื่อให้เบี้ยประกันสามารถแข่งขันกับตลาดประกันภัยรถยนต์
เท่าที่ได้ลองเช็คเบี้ยดูแล้ว เบี้ยประกันก็ไม่ได้ถูกมากอย่างที่คิด ในทางกลับกันสินมั่นคง ประกันตามไมล์ ยังมีเบี้ยซ่อมศูนย์ ที่เบี้ยค่อนข้างถูกกว่าอย่างชัดเจน เนื่องจากประกันตามไมล์ มีข้อจำกัด คือ รถยนต์ห้ามวิ่งเกิน 25,550 กิโลเมตร ต่อปี แต่หากวิ่งเกินประกันก็ยังให้ความคุ้มครองอยู่ตามปกติ แต่ปีถัดไปไม่รับต่อ ขณะนี้แนวทางของบริษัทได้รับการผ่อนปรนมากยิ่งขึ้น หากรถยนต์วิ่งเกินที่กำหนด แต่ไม่มีเคลม ก็ยังต่อประกันได้ต่อไป
ประเด็นสำคัญที่อยากจะแนะนำ ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ที่สินมั่นคงได้ดีลไว้ ไม่ได้มีมากอย่างที่คิด อาจจะต้องเช็คกับสำนักงานใหญ่ และสำนักงานสาขาในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ เนื่องจากข้อมูลที่สำนักงานใหญ่อาจจะไม่ update และศูนย์ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ค่ายเล็กๆ อาจจะมีน้อยมากครับ
แต่ข้อดีของสินมั่นคงที่ผมได้ยินอยู่เสมอ มาเร็ว เคลมเร็วครับ ยังสโลแกนที่ผมได้ยิน และได้รับรู้อย่างต่อเนื่องครับ

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 รถยนต์ขนาดเล็ก เบี้ยแพง!?


ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 รถยนต์ขนาดเล็ก ทำไมเบี้ยแพง!?
รถยนต์ขนาดเล็ก ขนาดเครื่องยนต์ 1500cc ลงมา อย่าง VIOS YARIS CITY JAZZ ซึ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่น และผู้ที่เริ่มเข้าวัยทำงาน เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากราคารถยนต์ไม่สูงมาก สามารถผ่อนชำระได้อย่างสะดวกสบาย แต่ก็เป็นที่สงสัยว่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ซ่อมห้าง จะค่อนข้างสูงมาก โดยเฉพาะบริษัทประกันภัยชั้นนำ แถมเบี้ยประกันยังใกล้เคียงกับรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่า เช่น altis civic focus tiida lancerEX mazda3 น่าจะมีสาเหตุ ปัจจัยสำคัญ อย่างน้อย 2 ปัจจัย คือ เป็นกลุ่มรถยนต์ที่มีอัตรการเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างสูงมาก อันเนื่องมาจากผู้ใช้ส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งอาจจะยังมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจ หรือการขับขี่ที่ดี น้อยกว่ากลุ่มคนวัยทำงาน หรือผู้ที่มีครอบครัวแล้ว และประเด็นต่อเนื่องกันเลย คือเมื่อรถได้รับอุบัติเหตุ มูลค่าการซ่อมของรถยนต์ขนาดเล็ก จะซ่อมค่อนข้างสูง เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุรุนแรง หรือรถยนต์ได้รับความสูญเสียค่อนข้างมาก เรียกว่าหากมีการเคลม บริษัทประกันต้องปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว
เมื่อภาพรวมการเคลมค่อนข้างสูง และมูลค่าการซ่อมแต่ละครั้งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างมาก หรือการจ่ายสินไหมบานปลาย คงเป็นเหตุผลในระดับหนึ่งที่จะต้องมีการกำหนดอัตราเบี้ยประกัน ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และทำให้การประกอบธุรกิจด้านประกันภัยดำเนินต่อไปได้
ฉะนั้นเบี้ยประกันที่เก็บจากผู้เอาประกันภัยไปก็เพื่อทำให้ธุรกิจประกันภัย และบริษัทประกันภัยอยู่ได้ แต่โจทย์สุดท้ายของบริษัทประกันภัยก็ควรตระหนักถึงภาระสำคัญในการให้บริการด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการตอบแทน หรือให้เหมาะสมกับเบี้ยประกันที่ได้รับ

รถยนต์ VOLVO 6 ปี ทำประกันภัยรถยนต์ซ่อมห้างได้หรือไม่


โดยทั่วๆ ไปแล้ว บริษัทประกันภัย จะรับประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 และสามารถซ่อมศูนย์ หรือซ่อมห้าง ได้ไม่เกิน 3 ปี แต่บางบริษัทก็ขยายระยะเวลาในการรับประกันฯ ซ่อมศูนย์ เป็น 4-5 ปี แต่บางกรณีที่ลูกค้าเลือกประกันฯ แบบซ่อมศูนย์ แล้วไม่เคยมีเคลมอะไรเลย ก็อาจจะขยายเวลาซ่อมศูนย์ให้ได้มากกว่าปกติ ซึ่งนั้นก็เป็นกรณีพิเศษ ที่เกี่ยวข้องประวัติดีในการขับขี่
หากเป็นกรณีรถยนต์ 6 ปี แต่อยากจะทำประกันภัยรถยนต์ แบบซ่อมศูนย์ หลายๆ ท่าน อาจจะปฏิเสธโดยทันที ว่าไม่มีที่ใดรับทำประกัน แต่จริงๆ แล้ว รถยนต์บางยี่ห้อ เช่น VOLVO สามารถทำประกันซ่อมศูนย์ได้ครับ แต่จะต้องเลือกบริษัทประกันภัยด้วยนะครับ เพราะไม่ได้หมายความว่าซ่อมศูนย์ได้ทุกบริษัทประกันภัย

Wednesday, April 25, 2012

ประกันภัียรถยนต์ช่วยได้ เมื่อชนเบนซ์

เมื่อเร็วๆ นี้ ในระหว่างที่ผมเร่งรีบเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลาช่วงกลางวัน และต้องรีบกลับราชบุรีในตอนเย็น เรียกว่าค่อนข้างทรหดทีเดียว ผมขับรถยนต์ขึ้นทางด่วนบริเวณถนนพระราม 2 จนถึงสะพานพระราม 9 ก็ได้พบเหตุการณ์ที่ทำให้ผมฉุกคิดได้เยอะทีเดียว รถทุกคันกำลังขับเคลื่อนขึ้นสะพานลาดชันอย่างช้าๆ  ด้วยความเร็วประมาณ 30-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่รถเบนซ์สีดำคันงามน่าจะเป็น รุ่น E 200 สภาพใหม่มาก ได้ขับเคลื่อนอย่างช้าๆ แต่รถกระบะบรรทุกที่ตามหลังมาซึ่งมีความเร็วมากกว่า ได้เกิดชนกับด้านท้ายรถเบนซ์อย่างจัง ซึ่งน่าจะได้รับความเสียหายมากพอสมควร อย่างน้อยๆ ด้านท้ายรถเบนซ์ยับเยินเลยทีเดียว แต่คนขับและผู้ที่อยู่ในรถยนต์ทั้งสองคัน ไม่น่าจะได้รับบาดเจ็บใดๆ  ผมจดจำภาพเหตุการณ์นั้นได้ดี เพราะมันใกล้กับผมมาก แต่อยู่กันคนละเลน เมื่อรถทั้งสองคันประทะกัน เศษชิ้นส่วนรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ยังกระเด็นมาใส่รถผมเหมือน ซึ่งหลายๆ ท่านคงรู้ว่าอะไหล่รถเบนซ์มันมีมูลค่าแพงแค่ไหน ผมกำลังสงสัยว่าผู้ที่ขับรถกระบะบรรทุกคันดังกล่าว ได้ทำประกันภัยรถยนต์หรือไม่ เพราะมูลค่าความเสียหายที่ผมคิดไม่น่าจะน้อยกว่า 50,000 - 100,000 บาท เลยทีเดียว ไม่มากไม่น้อย แต่เราก็ไม่ควรต้องเสีย หากเราได้ทำประกันรถยนต์ไว้ อย่างน้อยประกันที่ถูกที่สุด หรือประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 เบี้ยประกัน 2,000 – 3,000 บาท ให้ความคุ้มครองต่อทรัพย์ของบุคคลภายนอก เริ่มต้นที่ 500,000 บาท ขึ้นไป ก็เป็นทางเลือกที่ดี หรือเป็นเกราะป้องกันในเบื้องต้น เพื่อการปกป้องเงินในกระเป๋า หรือในบัญชีของเรา ยิ่งอยู่ในสภาพข้าวของแพงมากขึ้น การบริหารความเสี่ยงก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือความไม่ประมาทในการขับขี่รถยนต์ ทั้งในเรื่องความเร็ว และสภาพความพร้อมของผู้ขับขี่เองก็ตาม 

Tuesday, March 6, 2012

ตัวแทนบริการประกันภัยรถยนต์ที่ดี


ตัวแทน และนายหน้าประกันวินาศภัย เริ่มเข้าร่วมธุรกิจประกันภัยที่มีการแข่งขันที่สูงมาก ทั้งในมิติต่างๆ ตัวแทน นายหน้า นอกจากจะแข่งขันกันเองแล้ว ยังมีบริษัทโบรคเกอร์ทั้งเล็กและใหญ่ หรือกลุ่มธนาคารที่หันมาจับธุรกิจดังกล่าว ทั้งประกันภัยรถยนต์ ประกันอัคคีภัย ประกันอุบัติเหตุ รวมถึงประกันชีวิต กลุ่มตัวแทน นายหน้าประกันวินาศภัย ที่เริ่มต้นจากประกันภัยรถยนต์ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ใกล้ตัว และจำเป็นต้องทำประกัน โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ พรบ. ที่ถือว่าเป็นภาคบังคับ ส่วนประกันภาคสมัครใจ ก็ขึ้นอยู่กับการมองถึงความเสี่ยง ความจำเป็น หรือความสามารถในการจ่ายเงิน ซึ่งมูลค่าของประกันภัยรถยนต์ถือว่าสูงมาก และถือว่าเป็นแหล่งรายได้ของบริษัทประกันภัย แต่อาจจะต้องคำนึงถึงความเสี่ยงในการรับประกันที่เกิดขึ้น มิฉะนั้นแล้วเค้ก อาจจะกลายเป็นยาขมก็ได้  จากนั้นตัวแทน นายหน้าจึงเริ่มเข้าสู่ประกันกลุ่มนอน มอเตอร์  หรือประกันภัยต่างที่ไม่เกี่ยวกับรถยนต์มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีหลายผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการ เช่นประกันอัคคีภัย ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ และยังมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งอาจจะเป็นสินค้าเฉพาะสำหรับลูกค้าที่สนใจ
แต่อย่างไรก็ตามประกันภัยรถยนต์ ก็ยังเป็นสินค้าที่สามารถขายง่าย เมื่อเทียบกับสินค้าประเภทอื่น แต่ก็ต้องแข่งขันกันเอง เรียกว่าเข้าสู่สงครามทะเลเลือด นั้นอาจจะหมายถึง การลดราคาเบี้ยประกัน หรือมอบของแถมให้ลูกค้า เรียกว่าลูกค้ามีสิทธิ์ในการเลือกสินค้า และสามารถต่อรองราคาเบี้ยประกันกับตัวแทน นายหน้าได้อย่างเสรี แต่หากสุดท้ายแล้วการบริการถือว่าเป็นอีกหัวใจหลัก ที่จะสามารถรักษาลูกค้าได้ในระยะยาว การให้บริการที่ดี มาจากจุดเริ่มต้นที่ตัวแทน นายหน้า และบริษัทประกันภัย หากบริษัทไม่สามารถบริการลูกค้าได้อย่าทันท่วงที ก็ยังมีตัวแทน นายหน้า ที่มีความรู้ด้านประกันภัยคอยช่วยเหลือลูกค้า เมื่อลูกค้าต้องการหรือร้องขอความช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องการเกิดอุบัติเหตุ การเคลม การเรียกร้องสินไหม หรือการให้ข้อมูลด้านประกันภัยรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม
ฉะนั้นการตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ หรือประกันภัยประเภทอื่นๆ ควรเลือกตัวแทน นายหน้า ที่มีความรู้ และเป็นมืออาชีพ เพราะเราไม่ซื้อสินค้าแล้วจบกันไป ตัวแทน นายหน้ายังมีหน้าที่ให้บริการเราอีกอย่างน้อยก็อีก 1 ปี  ตัดสินใจเลือกให้ฉลาด จากข้อมูลที่ถูกต้อง และบริการที่ดี  เพียงเท่านี้ทั้ง ตัวแทน นายหน้า และผู้รับบริการก็พึงพอใจซึ่งกันและกัน

Monday, February 20, 2012

ทิพยประกันอัคคีภัย บ้านทิพ ยิ้มได้ คุ้มครองน้ำท่วม แผ่นดินไหว


ทิพยประกันอัคคีภัย บ้านทิพ ยิ้มได้ คุ้มครองน้ำท่วม แผ่นดินไหว

ทิพยประกันอัคคีภัย บ้านทิพย ยิ้มได้ ให้คุ้มครองที่ครอบคลุม ทั้ง ภัยน้ำท่วม แผ่นดินไหว ลมพายุ เฟอร์นิเจอร์ ทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า โบราณวัตถุ สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยว ทาวเฮาส์ บ้านแฝด ที่อยู่อาศัยส่วนบุคคล (ไม่ใช้เชิงพาณิชย์) คุ้มครองทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ไม่ว่าจะเคยถูกน้ำท่วมมาแล้วหรือไม่ เช่น อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม นครสวรรค์ เพื่อเป็นการสร้างหลักประกัน ความมั่นคงให้กับชีวิต และทรัพย์สิน พร้อมกับบริการจาก TIP's Home Services ที่ให้บริการฉุกเฉินเรื่องบ้าน ตลอด 24 ชั่วโมง เช่น ระบบประปา ตู้เย็น ระบบไฟฟ้า เครื่องทำน้ำร้อน กุญแจบ้าน กุญแจรถ กำจัดสัตว์ดุร้าย สามารถทำประกันอัคคีภัยด้วยวิธีการง่ายๆ แค่เลือกทุนประกันที่เหมาะสม (รวมโครงสร้าง ทรัพย์สิน เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า) และเลือกจำนวนปี ที่เหมาะสม เท่านี้ก็ทำประกันภัยน้ำท่วม ได้แล้วครับ

Thursday, February 16, 2012

เอเชียประกันรถมอเตอร์ไซค์ 3+ พลัส ซ่อมรถเราสูงถึง 10,000 บาท
























เอเชียประกันรถมอเตอร์ไซค์ 3+ พลัส ซ่อมรถเราสูงถึง 10,000 บาท

ประกันภัยรถมอเตอร์ไซค์ จักรยานยนต์ ชั้น 3 พลัส บริษัทเอเชียประกันภัย ไม่จำกัดอายุรถ และรุ่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็สามารถทำประกันได้ คุ้มครองค่าซ่อมสูงสุดถึง 10,000 บาท *คู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบก เบี้ยประกันเพียง พันกว่าบาท เท่านั้น

หลายๆ ครั้ง อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น มักจะกับจักรยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งร่างกาย และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก การทำประกันรถจักรยานยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ ประเภท 3 พลัส (Plus+) เพื่อให้เกิดความคุ้มครองกับบุคคลภายนอก และสามารถซ่อมรถเรา ด้วยมูลค่าการซ่อมสูงถึง 10,000 บาท แม้จะเป็นการป้องกันปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็ถือเป็นทางเลือกเพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น ฉะนั้นการทำประกันภัยรถจักรยานยนต์ ประเภท 3 พลัส มอเตอร์ไซค์ ด้วยเบี้ยประกันเพียง หนึ่งพันกว่าบาท ถือว่าคุ้มค่าสำหรับเรามากครับ

Tuesday, February 7, 2012

กรุงเทพประกันภัยรถยนต์ 2+ ไม่มี EXCESS ทุนประกัน 350,000 บาท คุ้มครองภัยน้ำท่วม 100,000 บาท

กรุงเทพประกันภัยรถยนต์ 2+ ไม่มี EXCESS ทุนประกัน 350,000 บาท คุ้มครองภัยน้ำท่วม 100,000 บาท

รายละเอียด

กรุงเทพประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ ไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก
ให้ความคุ้มครอง ทุนประกันรถยนต์ 350,000 บาท
เพิ่มความคุ้มครองภัยน้ำท่วม 100,000 บาท

รับรถเก๋ง และรถกระบะ ส่วนบุคคล อายุรถยนต์ระหว่าง 1 - 10 ปี
ทุนประกันรถยนต์ 350,000 บาท
ทำประกันตามทุนประกันของรถยนต์ในขณะนั้น
เช่น รถยนต์ honda city หรือ toyota vios ปี 2008
ทุนประกันในขณะนั้น 375,000 บาท สามารถเลือกทำทุนประกัน
ได้ที่ 350,000 บาท ไม่สามารถเลือกทุน ที่ต่ำกว่า หรือสูงกว่าได้
คือ ไม่สามารถเลือกทุน 150,000 บาท หรือ 450,000 บาท

ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (คู่กรณี)
ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย /คน 1,000,000 บาท
ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย /ครั้ง 10,000,000 บาท
ความเสียหายต่อทรัพย์สิน / ครั้ง 1,000,000 บาท
รถยนต์สูญหาย เสียหาย ไฟไหม้ (รถเรา)
ความเสียหายต่อรถยนต์* 350,000 บาท
รถยนต์สูญหาย/ไฟไหม้ 350,000 บาท
คุ้มครองภัยน้ำท่วม 100,000 บาท
ความเสียหายส่วนแรก (ต้องจ่ายเพิ่ม กรณีเป็นฝ่ายผิด) ฟรี ไม่เก็บ Excess
ความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย
เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร/คน 100,000 บาท (7 ที่นั่ง)
ค่ารักษาพยาบาล /คน 100,000 บาท (7 ที่นั่ง)
วงเงินการประกันตัวผู้ขับขี่ 250,000 บาท

หมายเหตุ
  • รับเฉพาะ รถใช้ส่วนบุคคลเท่านั้น ห้ามใช้รับจ้าง หรือ ให้เช่า
  • รับเฉพาะรถยนต์ที่ไม่เกิน 10 ปี
  • คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ที่เอาประกันภัย อันมีสาเหตุจาก การชนกับยานพาหนะทางบก และสามารถแจ้งรายละเอียดคู่กรณีได้
  • บริษัทจะรับผิดชอบรถคันที่เอาประกัน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุชนกับยานพาหนะทางบก และสามารถแจ้งคู่กรณีให้บริษัททราบได้เท่านั้น

Tuesday, January 31, 2012

ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 รถเมอซิเดส เบนซ์ (Mercedes-Benz)

ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 รถเมอซิเดส เบนซ์ (Mercedes-Benz)

ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 รถเมอซิเดส เบนซ์ (Mercedes-Benz) รถหรู สไตล์เริด ทั้งรถใหม่ ป้ายแดง รถที่ใช้ต่อเนื่อง หรือรถมือสอง สามารถเลือกซ่อมศูนย์ (ซ่อมห้าง) ได้ยาวถึง 5 ปี หรือซ่อมอู่ประกัน กับบริษัทประกันภัยชั้นนำของไทย ที่ให้ความคุ้มครองสูง อย่างบริษัทวิริยะ กรุงเทพ คุ้มภัย AXA LMG MSIG ทิพย ในราคาพิเศษ ถูกใจ สบายกระเป๋า ในรุ่นต่างๆ เช่น B-Class Sports Tourer C-Class Saloon M-Class Off-Roader R-Class S-Class Saloon SL-Class Roadster Extra-long Viano E-Class Coupé E-Class Saloon SLS AMG E-Class Cabriolet E-Class Estate CL-Class SLK-Class RoadsterC200 C220 C230 CL500Coupe E250 E300 E350 S300 S320 S350 ML280 slk200

รายละเอียดสินค้า

รายละเอียดต่าง ๆ ของบริการประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1
ทุนประกันรถยนต์ ประมาณ 80 เปอร์เซนต์
ความคุ้มครอง ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทประกันภัย
ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (คู่กรณี)  
  ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย /คน 1,000,000 - 2,500,000บาท
  ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย /ครั้ง 10,000,000 บาท
  ความเสียหายต่อทรัพย์สิน / ครั้ง 1,000,000 - 5,000,000 บาท
   
รถยนต์สูญหาย เสียหาย ไฟไหม้ (รถเรา)  
  ความเสียหายต่อรถยนต์ ตามทุนประกันภัยรถยนต์
  รถยนต์สูญหาย/ไฟไหม้ ตามทุนประกันภัยรถยนต์
  ความเสียหายส่วนแรก (ต้องจ่ายเพิ่ม กรณีเป็นฝ่ายผิด) ไม่มี หรือตามเงื่อนไขของบริษัท
     
ความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย  
  เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร/คน 50,000 - 200,000บาท (3-7)
  ค่ารักษาพยาบาล /คน 50,000 - 200,000 บาท (3-7)
  วงเงินการประกันตัวผู้ขับขี่ 200,000 - 300,000 บาท
  ภัยก่อการร้าย เฉพาะบริษัทกรุงเทพประกันภัย
     
การซ่อมรถยนต์ สามารถเลือกซ่อมศูนย์บริการ (ซ่อมห้าง)
หรือซ่อมอู่ประกัน