เมื่อเร็วๆ นี้ ในระหว่างที่ผมเร่งรีบเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในเวลาช่วงกลางวัน และต้องรีบกลับราชบุรีในตอนเย็น เรียกว่าค่อนข้างทรหดทีเดียว ผมขับรถยนต์ขึ้นทางด่วนบริเวณถนนพระราม 2 จนถึงสะพานพระราม 9 ก็ได้พบเหตุการณ์ที่ทำให้ผมฉุกคิดได้เยอะทีเดียว รถทุกคันกำลังขับเคลื่อนขึ้นสะพานลาดชันอย่างช้าๆ ด้วยความเร็วประมาณ 30-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่รถเบนซ์สีดำคันงามน่าจะเป็น รุ่น E 200 สภาพใหม่มาก ได้ขับเคลื่อนอย่างช้าๆ แต่รถกระบะบรรทุกที่ตามหลังมาซึ่งมีความเร็วมากกว่า ได้เกิดชนกับด้านท้ายรถเบนซ์อย่างจัง ซึ่งน่าจะได้รับความเสียหายมากพอสมควร อย่างน้อยๆ ด้านท้ายรถเบนซ์ยับเยินเลยทีเดียว แต่คนขับและผู้ที่อยู่ในรถยนต์ทั้งสองคัน ไม่น่าจะได้รับบาดเจ็บใดๆ ผมจดจำภาพเหตุการณ์นั้นได้ดี เพราะมันใกล้กับผมมาก แต่อยู่กันคนละเลน เมื่อรถทั้งสองคันประทะกัน เศษชิ้นส่วนรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ยังกระเด็นมาใส่รถผมเหมือน ซึ่งหลายๆ ท่านคงรู้ว่าอะไหล่รถเบนซ์มันมีมูลค่าแพงแค่ไหน ผมกำลังสงสัยว่าผู้ที่ขับรถกระบะบรรทุกคันดังกล่าว ได้ทำประกันภัยรถยนต์หรือไม่ เพราะมูลค่าความเสียหายที่ผมคิดไม่น่าจะน้อยกว่า 50,000 - 100,000 บาท เลยทีเดียว ไม่มากไม่น้อย แต่เราก็ไม่ควรต้องเสีย หากเราได้ทำประกันรถยนต์ไว้ อย่างน้อยประกันที่ถูกที่สุด หรือประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 เบี้ยประกัน 2,000 – 3,000 บาท ให้ความคุ้มครองต่อทรัพย์ของบุคคลภายนอก เริ่มต้นที่ 500,000 บาท ขึ้นไป ก็เป็นทางเลือกที่ดี หรือเป็นเกราะป้องกันในเบื้องต้น เพื่อการปกป้องเงินในกระเป๋า หรือในบัญชีของเรา ยิ่งอยู่ในสภาพข้าวของแพงมากขึ้น การบริหารความเสี่ยงก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือความไม่ประมาทในการขับขี่รถยนต์ ทั้งในเรื่องความเร็ว และสภาพความพร้อมของผู้ขับขี่เองก็ตาม
No comments:
Post a Comment