นายแก้วพันธุ์ ธีรโยธิน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการทำตลาดในช่วงครึ่งหลังปี2553 ว่าบริษัทจะกระตุ้นตลาดประกันอัคคีภัยมากขึ้นหลังเกิดเหตุความวุ่นวายทางการ เมืองเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งสะท้อนภาพความเสียหายกับที่อยู่อาศัยทำให้ประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับ การทำประกันอัคคีภัยกันมาก ล่าสุดบริษัทได้ร่วมกับธนาคารยูโอบีให้ความคุ้มครองลูกค้าที่ซื้อทรัพย์รอ การขาย(NPA) ที่เป็นที่อยู่อาศัยมูลค่าเกินกว่า 2 ล้านบาท ให้ความคุ้มครอง 1 ปี ส่วนที่อยู่อาศัยมูลค่าไม่เกิน 2 ล้านบาทให้ความคุ้มครอง 2 ปี ก่อนหน้านี้บริษัทร่วมกับธนาคารยูโอบีทำโครงการประกันบ้าน"อุ่นใจกำลัง3" โดยให้ความคุ้มครองด้านอัคคีภัยประกันภัยว่างงาน และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ทำตลาดมา 1 ปี ผลตอบรับดีพอสมควรมียอดขาย 35-40% ของคนซื้อบ้านกับธนาคารฯ ส่วนอัตราการเคลมและลอซเรโช(อัตราความเสียหาย)ยังไม่มี แต่ตลาดยังเงียบเพราะคนมีความมั่นใจว่าไม่เกิดภาวะว่างงานขึ้น หรือคนตกงานน้อยลงทำให้ความสนใจที่จะซื้อสินค้าดังกล่าวมีน้อย ดังนั้นบริษัทจะปรับเงื่อนไขเพื่อสนองความต้องการลูกค้าจากนั้นจะเริ่มทำ ตลาดต่อเนื่องไปอีก 1 ปีครึ่ง และกลับมาประเมินลอซเรโชอีกครั้ง
นายแก้วพันธุ์ กล่าวถึงภาพรวมของตลาดธุรกิจประกันวินาศภัยในปีนี้ว่ายังเติบโตได้เพราะ ลูกค้ายังมีกังวลจากปัจจัยเรื่องความวุ่นวายทางการเมืองและการโจรกรรม ส่วนปัญหาเศรษฐกิจโลกแม้จะมีผลกระทบบ้างแต่ไม่มากสำหรับธุรกิจวินาศภัย โดยบริษัทเองยังสามารถดำเนินงานได้ตามปกติซึ่งครึ่งปีแรกอัตราการเติบโตยัง อยู่ในเกณฑ์ ส่วนเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้เติบโต 20% มีเบี้ย 2,000 ล้านบาทนั้นคาดว่ายังเป็นไปตามเป้า สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะออกในช่วงไตรมาส 4 จะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งให้มากโดยเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไปผ่าน ทุกช่องทางการขาย
ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า
นายแก้วพันธุ์ กล่าวถึงภาพรวมของตลาดธุรกิจประกันวินาศภัยในปีนี้ว่ายังเติบโตได้เพราะ ลูกค้ายังมีกังวลจากปัจจัยเรื่องความวุ่นวายทางการเมืองและการโจรกรรม ส่วนปัญหาเศรษฐกิจโลกแม้จะมีผลกระทบบ้างแต่ไม่มากสำหรับธุรกิจวินาศภัย โดยบริษัทเองยังสามารถดำเนินงานได้ตามปกติซึ่งครึ่งปีแรกอัตราการเติบโตยัง อยู่ในเกณฑ์ ส่วนเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้เติบโต 20% มีเบี้ย 2,000 ล้านบาทนั้นคาดว่ายังเป็นไปตามเป้า สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะออกในช่วงไตรมาส 4 จะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งให้มากโดยเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไปผ่าน ทุกช่องทางการขาย
ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า
No comments:
Post a Comment