Thursday, July 29, 2010

ไทยวิวัฒน์รุกประกันอัคคีภัยจับมือยูโอบี

หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 28 กรกฎาคม 2553 01:56:12 น.
นายแก้วพันธุ์ ธีรโยธิน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการทำตลาดในช่วงครึ่งหลังปี2553 ว่าบริษัทจะกระตุ้นตลาดประกันอัคคีภัยมากขึ้นหลังเกิดเหตุความวุ่นวายทางการ เมืองเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งสะท้อนภาพความเสียหายกับที่อยู่อาศัยทำให้ประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับ การทำประกันอัคคีภัยกันมาก ล่าสุดบริษัทได้ร่วมกับธนาคารยูโอบีให้ความคุ้มครองลูกค้าที่ซื้อทรัพย์รอ การขาย(NPA) ที่เป็นที่อยู่อาศัยมูลค่าเกินกว่า 2 ล้านบาท ให้ความคุ้มครอง 1 ปี ส่วนที่อยู่อาศัยมูลค่าไม่เกิน 2 ล้านบาทให้ความคุ้มครอง 2 ปี ก่อนหน้านี้บริษัทร่วมกับธนาคารยูโอบีทำโครงการประกันบ้าน"อุ่นใจกำลัง3" โดยให้ความคุ้มครองด้านอัคคีภัยประกันภัยว่างงาน และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ทำตลาดมา 1 ปี ผลตอบรับดีพอสมควรมียอดขาย 35-40% ของคนซื้อบ้านกับธนาคารฯ ส่วนอัตราการเคลมและลอซเรโช(อัตราความเสียหาย)ยังไม่มี แต่ตลาดยังเงียบเพราะคนมีความมั่นใจว่าไม่เกิดภาวะว่างงานขึ้น หรือคนตกงานน้อยลงทำให้ความสนใจที่จะซื้อสินค้าดังกล่าวมีน้อย ดังนั้นบริษัทจะปรับเงื่อนไขเพื่อสนองความต้องการลูกค้าจากนั้นจะเริ่มทำ ตลาดต่อเนื่องไปอีก 1 ปีครึ่ง และกลับมาประเมินลอซเรโชอีกครั้ง

นายแก้วพันธุ์ กล่าวถึงภาพรวมของตลาดธุรกิจประกันวินาศภัยในปีนี้ว่ายังเติบโตได้เพราะ ลูกค้ายังมีกังวลจากปัจจัยเรื่องความวุ่นวายทางการเมืองและการโจรกรรม ส่วนปัญหาเศรษฐกิจโลกแม้จะมีผลกระทบบ้างแต่ไม่มากสำหรับธุรกิจวินาศภัย โดยบริษัทเองยังสามารถดำเนินงานได้ตามปกติซึ่งครึ่งปีแรกอัตราการเติบโตยัง อยู่ในเกณฑ์ ส่วนเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้เติบโต 20% มีเบี้ย 2,000 ล้านบาทนั้นคาดว่ายังเป็นไปตามเป้า สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะออกในช่วงไตรมาส 4 จะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งให้มากโดยเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไปผ่าน ทุกช่องทางการขาย

ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ไทยประกันฯปรับพอร์ตลงทุน เน้นซื้อพันธบัตรรองรับกติกาใหม่ คปค.

นางวรางค์ ไชยวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด เปิดเผยว่า กรอบการดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง Risk-Based Capital หรือ RBC ที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)จะเริ่มใช้ในปี 2554 คาดว่าจะส่งผลทำให้บริษัทประกันหลายแห่งต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุน หันไปลงทุนในพันธบัตรมากขึ้น โดยในส่วนของไทยประกันชีวิตเอง คงต้องปรับเปลี่ยนการลงทุน เน้นพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว เนื่องจากเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ และไม่กระทบการตั้งสำรองเงินกองทุน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรระยะยาวอยู่ 57.6% ที่เหลือลงทุนในตลาดอื่น เช่น เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ หุ้นกู้รัฐวิสาหกิจ เอกชน รวมทั้งลงทุนในตลาดหุ้น และการให้กู้ยืม

"บริษัทฯคงต้องเพิ่มการลงทุนในพันธบัตรให้มากขึ้น จำเป็นต้องดูภาวะอัตราดอกเบี้ยว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร หากดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจก็อาจจะลงทุนจำนวนมากได้ เช่น พันธบัตรอายุ 3-5 ปีให้ผลตอบแทนในระดับ 4% ขึ้นไป "

อย่างไรก็ตามหากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับอัตรดอกเบี้ยนโยบายขึ้นเป็น 2% ภายในปีนี้ เชื่อว่า คงจะไม่ส่งผลทำให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้น มากนัก เนื่องจากปริมาณความต้องการลงทุนของนักลงทุนสถานบันมีสูงมาก ทำให้ผลตอบแทนยังคงอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่พันธบัตรระยะสั้นกลับได้รับผลดี โดยผลตอบแทนขยับขึ้นมาก และน่าลงทุนมากกว่าพันธบัตรระยะยาว

นางวรางค์ยังกล่าวถึงผลการดำเนินงานในช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์(ขายผ่าน ธนาคาร) ว่า มีการปรับตัวลดลง เนื่องจากหมดสัญญากับพันธมิตรทางธุรกิจบางแห่ง โดยเบี้ยประกันครึ่งปีแรกอยู่ที่ประมาณ 200-300 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ได้ปีสูงถึง 800-900 ล้านบาท จึงลดลงถึง 66%
ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า

คปภ.สั่งให้บริษัท ลิเบอร์ตี้ ประกันภัย จำกัด หยุดรับประกันวินาศภัย เป็นการชั่วคราว

กรณี สั่งให้บริษัท ลิเบอร์ตี้ ประกันภัย จำกัด หยุดรับประกันวินาศภัย เป็นการชั่วคราว ตามที่ นายทะเบียนได้มีคำสั่งที่ 20/2553 เรื่องให้บริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัด หยุดรับประกันวินาศภัย เป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 30 เมษายน 2553 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง นั้น

สำนักงาน คปภ. ได้เปิดเผยว่าบริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัด มีฐานะการเงินดำรงเงินกองทุนไม่ครบ ถ้วนตามกฎหมาย มีปัญหาสภาพคล่องจัดสรรทรัพย์สินตามประเภทที่กฎหมายกำหนดไม่เพียงพอกับเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทและเงินสำรองสำหรับค่าสินไหมทดแทนและจัดสรร ทรัพย์สินหนุนหลังไม่เพียงพอต่อหนี้สิน และภาระผูกผันตามสัญญาประกันภัย สำนักงาน คปภ. ในฐานะผู้กำกับดูแลบริษัทประกันภัยได้ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัด รวมทั้งใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ดำเนินการกับบริษัทตามขั้นตอนของกฎหมาย และได้ให้บริษัทดำเนินการแก้ไขฐานะการเงินและเร่งรัดให้บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทน แต่บริษัทก็ไม่สามารถดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาฐานะการเงินและยังคงค้างจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่ประชาชนมาร้องเรียนเป็นจำนวนมาก และฝ่าฝืนมีการรับประกันภัยรายใหม่ในระหว่างการแก้ไขฐานะการเงินนายทะเบียนด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เห็นว่าบริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัด ขาดเงินกองทุนที่ต้องดำรงไว้ตามกฎหมายมีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สิน และค้างจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนเป็นจำ นวนมากการดำเนินการจึงอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 สั่งให้บริษัทลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัดหยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2553 เป็นต้นไป จนกว่าจะสามารถแก้ไขปรับปรุงฐานะการเงินให้มีความมั่นคง มีการดำเนินงานเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายอยู่ในสถานะที่สามารถจะประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยต่อไปได้

เพื่อเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย ถึงแม้ว่าบริษัทจะถูก
สั่งให้หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราวก็ตาม บริษัทยังต้องเร่งดำเนินการดังต่อไปนี้
1. จ่ายค่าสินไหมทดแทนที่ยังคงค้างจ่ายให้แก่ประชาชนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
2. ปรับปรุงแก้ไขฐานะการเงินให้มีความมั่นคงอยู่ในสถานะที่จะสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้

3. ให้บริษัทแจ้งพนักงานหรือตัวแทนประกันวินาศภัยของบริษัทให้ยุติการชักชวนให้ ประชาชนทำประกันภัยกับบริษัท เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเพิ่มมากขึ้นอีกในอนาคต

ดังนั้น ในระหว่างที่สั่งให้บริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัด หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราวนี้ ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนสามารถติดต่อขอรับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประสบภัยจากรถตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ หากไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้ยื่นเอกสารครบถ้วน ก็สามารถขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น จากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้ ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปกำกับดูแล การดำเนินการของบริษัทต่อไป หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนประกันภัย 1186
------------------------------------
ฝ่ายสื่อสารองค์กร
โทร. 02-513-1680

คปภ. และภาคธุรกิจเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบ

คปภ. และภาคธุรกิจเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบ
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
เปิดเผยว่า กรณีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมบริเวณพื้นที่ราชประสงค์และบริเวณใกล้เคียงในช่วง เดือนเมษายน – พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานประกอบการ อาคาร ศูนย์การค้า และธนาคาร ฯลฯ ในกรุงเทพมหานครได้รับความเสียหาย จำนวนทั้งสิ้น 35 แห่ง สำนักงาน คปภ. ได้มีการประชุมหารือร่วมกับ สมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัย เพื่อวางกรอบและหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือ ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยในเบื้องต้นพอสรุปได้ดังนี้
1. สำนักงาน คปภ. ได้มีการกำหนดเขตการรับประกันภัยในกรุงเทพมหานคร โดยจัดเป็นบล็อก
ประกันภัย จำนวนทั้งสิ้น 1,610 บล็อก ซึ่งแต่ละบล็อกจะมีข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับการประกันภัย สามารถ สืบค้นได้โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากสถานการณ์ความไม่สงบดังกล่าว ที่มีผลกระทบต่อพื้นที่รับประกันภัย แยกออกเป็นรายใหญ่และรายย่อยรวม 7 บล็อกหลัก และสามารถระบุการเอาประกันภัยของทรัพย์สินหรืออาคาร ที่ได้รับความเสียหายได้ นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้บริษัทประกันภัยสำรวจผลกระทบทั้งหมดจากเหตุการณ์ ความไม่สงบดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง

2. ทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งนี้ ที่ได้รับรายงานมีการ
ทำประกันภัยคุ้มครองทรัพย์สินไว้กับบริษัทประกันภัย จำนวน 30 บริษัท แต่มีผู้ประกอบการรายใหญ่
ซื้อประกันภัยคุ้มครองภัยก่อการร้ายไว้เพียง 6 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย
โดยบริษัทผู้สำรวจภัยรายใหญ่จากต่างประเทศร่วมกับผู้สำรวจภัยในประเทศของบริษัท ทั้งนี้ข้อมูลความเสียหายทั้งหมดจะสรุปได้ภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2553 นี้
ทั้งนี้สำหรับบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) /ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้มีทำ
ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักไว้ด้วย

3. ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ได้รับความเสียหาย ได้มีการทำประกันอัคคีภัย และประกัน
ความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน(IAR)ไว้ แต่ไม่ซื้อความคุ้มครองสำหรับภัยก่อการร้าย ดังนั้น สำนักงาน คปภ.จึงได้ขอ ความร่วมมือกับสมาคมประกันวินาศภัย และบริษัทประกันวินาศภัย ให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย โดยพิจารณาเป็นรายๆไป โดยสรุปการดำเนินการ ดังนี้
     3.1 สำรวจความเสียหาย โดยเน้นกลุ่มรายย่อย (ทุนประกันภัยไม่เกิน 5 ล้านบาท)ก่อน
โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 มิถุนายน 2553 และจะสรุปรวบรวมความเสียหายทั้งหมดได้ภายใน วันที่ 10 มิถุนายน 2553 เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือ

    3.2 ความช่วยเหลือจะพิจารณาเป็นรายๆไป โดยมีหลักเกณฑ์ให้บริษัทพิจารณาจำนวน
ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายของแต่ละบริษัท ทั้งนี้ให้คำนึงถึงความสามารถและฐานะการเงินของบริษัทประกันภัยด้วย
    3.3 บริษัทจะเจรจากับบริษัทรับประกันภัยต่อในต่างประเทศเพื่อขอความช่วยเหลือใน
กรณีที่มิได้ซื้อความคุ้มครองภัยก่อการร้าย
    3.4 ขอให้รัฐบาลใช้มาตรการทางภาษีเพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับบริษัทประกันภัยในการ
ให้ความช่วยเหลือ โดยสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณเงินได้ เพื่อเสียภาษีประจำปี
4. ในกรณีของการประกันชีวิต จากการสำรวจพบว่า ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการ
ทำประกันภัยไว้กับบริษัทประกันชีวิต จำนวน 9 บริษัท รวมทั้งสิ้น 17 กรมธรรม์ มูลค่าผลประโยชน์มรณกรรมรวม 2.3 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ สายด่วนประกันภัย 1186
..............................
ฝ่ายสื่อสารองค์กร
โทร : 0-2513-1680
โทรสาร : 0-2513-1437

คณะกรรมการควบคุมบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด

คณะกรรมการควบคุมบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด

นางสาวสุภา ปิยะจิตติ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ
กระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด กล่าวว่า
นับตั้งแต่กระทรวงการคลัง ได้มีคำสั่งให้ควบคุมบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด และแต่งตั้ง
คณะกรรมการควบคุมบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2553 นั้น
คณะกรรมการควบคุมบริษัท ได้เข้าดำเนินกิจการของบริษัทแทนกรรมการบริษัท
โดยเข้าไปจัดการให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ตามปกติ พร้อมทั้งพยายามหาลู่ทางให้
บริษัทสามารถเพิ่มทุนให้มีความมั่นคงตามที่กฎหมายกำหนด กับทั้งมีเงินทุนเพียงพอที่จะใช้ขยาย
งานและดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยราบรื่น แต่เนื่องจากบริษัทประสบผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
ในช่วงที่ผ่านๆมา บริษัทจำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มขึ้นเพื่อให้บริษัทมีเงินกองทุนครบถ้วนตามที่กฎหมาย
กำหนด ซึ่งบริษัทได้จดทะเบียนมติพิเศษให้มีการเพิ่มทุนเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวน 1,500 ล้านบาท จาก
ทุนจดทะเบียนเดิม 34.375 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน 1,534.375 ล้านบาท
คณะกรรมการควบคุมบริษัทได้ให้ผู้ถือเดิมของบริษัทแจ้งความประสงค์จะซื้อหุ้นเพิ่มทุน
พร้อมทั้งชำระค่าหุ้นเป็นเงินสด ภายในวันที่ 17 พฤษภาคม 2553 ปรากฏว่าผู้ถือหุ้นเดิมไม่ประสงค์
จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าว

ดังนั้น เพื่อให้บริษัทมีเงินกองทุนเพียงพอต่อการดำเนินงานภายในเวลาที่รวดเร็ว
และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการพิจารณาข้อเสนอของนักลงทุนภายนอก คณะกรรมการ
ควบคุมบริษัท เห็นควรเปิดรับข้อเสนอจากสถาบันการเงินต่างๆ ผู้ประกอบธุรกิจประกันชีวิต ประกัน
วินาศภัย หรือนักธุรกิจทั่วไปที่สนใจจะลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด
โดยสามารถเสนอการซื้อหุ้นเพิ่มทุนได้โดยตรงต่อคณะกรรมการควบคุมบริษัทพร้อมทั้งแสดง
สถานภาพทางการเงิน และแนวทางในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 15
กรกฎาคม 2553 ซึ่งคณะกรรมการควบคุมบริษัทจะได้พิจารณาข้อเสนอ รวมทั้งอาจมีการเจรจาใน
รายละเอียดกับผู้สนใจตามความจำเป็น ดังนั้น ทุกฝ่ายสามารถมั่นใจได้ว่าการพิจารณาของ
คณะกรรมการควบคุมบริษัทเป็นไปด้วยความโปร่งใส

ทั้งนี้ ให้ผู้สนใจลงทุนสามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการควบคุมบริษัท
นางสาววรรณา หาญพานิช
เลขที่ 22/79 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม
เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 0-2515-3923 0-2513-3076 0-2513-2971 โทรสาร 0-2515-3986 หรือ
E-Mail wannah@oic.or.th nuchanijs@oic.or.th
---------------------

ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์

ทำประกันภัยรถยนต์กับบริษัทที่ได้รับการยอมรับ จะดีกว่ามั้ย เช่น วิริยะประกันภัย  กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย  มิตรแท้ประกันภัย  อาคเนย์ประกันภัย  เมืองไทยประกันภัย โตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัย

วิธีการเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ที่ ดีที่สุด นำสำเนากรมธรรม์ปีที่แ้ล้ว หรือใบเตือน ให้ผู้รับทำประกัน แล้วให้เค้าเช็คข้อมูลของแต่ละบริษัทที่เสนอราคามาเปรียบเทียบกัน แล้วไปตรวจสอบรายละเอียด ดังนี้นะครับ
1. ตรวจสอบทุนประกันรถยนต์ (กรณี ความเสียหายตัวรถยนต์ รถหาย ไฟไหม้) ซึ่งโดยปกติจะลดปีละประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ยอดทุนประกันจะขึ้นอยู่แต่ละบริษัทซึ่งอาจจะกำหนดไม่เหมือนกันก็ได้

2. ส่วนลดเบี้ยประกัน เช่น ส่วนลดระบุคนขับ ส่วนลดประวัติดี ส่วนลดกลุ่ม (กรณีที่ทำประกันรถยนต์ 3 คันขึ้นไป) ใช้สิทธิข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือโปรโมชั่นแต่ละที่ (บริษัท)

3. ค่าเสียหายส่วนแรก (deduct or excess)  เพราะตัวแทน/นายหน้าบางคนอาจจะไม่ได้ชี้แจงข้อมูลบางส่วน ให้ท่านทราบอย่างครบถ้วน ทำให้ดูเหมือนว่าจะได้รับเบี้ยถูก แต่อาจจะต้องมารับผิดชอบกับค่าเสียหายส่วนแรกในจำนวนที่สูงเหมือนกัน

4. ความคุ้มครองของกรมธรรม์ เช่น ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (ชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก) การคุ้มครองชีวิต (กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ) ค่ารักษาพยาบาล วงเงินประกันตัว

5. โปรดตรวจสอบศูนย์ให้บริการ อู่ซ่อม (อู่ในสัญญา, อู่มาตรฐาน, หรือซ่อมศูนย์) ว่ามีจำนวนเป็นอย่างไรบ้าง และมีอยู่ในพื้นที่ของเราหรือไม่ ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือคุณภาพ ความเป็นมาตรฐาน แค่ไหน เช่น ฝีมือ คุณภาพของงานผลิตภัณฑ์ที่นำมาทดแทน ของแท้ ของเทียมหรือเปล่า และการให้บริการดีเพียงใด เรื่องมากหรือไม่

6. การตรวจสอบถึงกรมธรรม์ (เพื่อป้องกันการหลอกเงิน) โดยควรมีเลขคุ้มครองชั่วคราว หรือตรวจสอบกับบริษัทประกันได้ หรือได้รับกรมธรรม์แล้ว และอย่าลืมตรวจสอบความถูกต้อง ของกรมธรรม์อีกครั้งด้วยนะครับ โปรดเช็คข้อมูล เช่น ทุนประกัน ความเสียหายส่วนแรก ซ่อมศูนย์ หรือซ่อมอู่

7. วิธีการชำระเงิน (โอนเงิน) อย่าลืมนะครับว่าการโอนเงินควรอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย ถ้าไม่แน่ใจ...... แล้วโอนเงินไปก่อนจะเสียใจในภายหลัง

8. บริการหลังการขาย มี ช่องทางการติดต่อ และสามารถติดต่อได้หรือไม่ และมีการให้บริการอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ถ้าบริการไม่ดีตัดสินใจได้ในวันแรก ที่ให้บริการได้เลยครับ ไม่ต้องคิดมากเลยครับ อย่าลืมนะครับว่าเราจ่ายเงินทำประกัน สิ่งที่เราจะได้รับนอกจากการบริการในตอนเกิดอุบัติเหตุ คือการให้บริการในระหว่างการคุ้มครองตามกรมธรรม์

งานประกันคืองานบริการ ถ้าได้รับบริการไม่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องต่อกับที่เดิม ลองดูแล้วกันนะครับ ก่อนทำประกันรถยนต์ ควรได้ข้อมูลที่ครบถ้วนนะครับ

ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess or Deductible)

ความรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก (หมวดการคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนนต์) คืออะไร
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการ การกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้มีการปรับปรุงเงื่อนไข ความคุ้มครองของการประกันภัยรถยนต์ ทั้งประกันภัยตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจทุกประเภท โดยนำหลัก Cash before cover คือ กรมธรรม์ประกันภัยจะเริ่มมีผลคุ้มครองก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยได้ชำระ ดอกเบี้ยประกันภัยเรียบร้อยแล้ว และการเพิ่มเงื่อนไข ความคุ้มครอง ที่เอาประโยชน์แก่ผู้ทำประกันภัย โดยลดความรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible or Excess) 1.000 บาท จากเดิมที่กำหนดไว้ 2,000 บาท ของการเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้ง ซึ่งมีเฉพาะการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภท 1 เท่านั้น
ความรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก เป็นการให้ผู้เอาประกันภัยร่วมรับผิดชอบ จ่ายค่าซ่อมรถยนต์เมื่อรถยนต์เกิด ความเสียหาย ในกรณีที่เกิดการชนขึ้นจริง แต่ไม่สามารถระบุคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง ให้บริษัทที่รับประกันภัยทราบได้ หรือกรณีที่ไม่ได้เกิดจากการชนหรือคว่ำ เช่น จอดรถไว้ข้างถนนแล้วมาพบภายหลังว่ารถถูกชน กันชนท้ายและตัวรถเกิดความเสียหาย คิดเป็นมูลค่า 10,000 บาท กรณีนี้ ผู้เอาประกันภัยจะต้องร่วมรับผิดชอบในการจ่ายค่าเสียหาย 1,000 บาท ส่วนอีก 9,000 บาท บริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายดังกล่าว
กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก คือ
- เกิดการชนกับรถ (ทุกประเภท) และไม่สามารถแจ้งรายละเอียดของรถคู่กรณีได้ เช่น ทะเบียนรถ
- เฉี่ยวกิ่งไม้ต้นไม้ กองวัสดุ หรือวัตถุใดๆ ที่ทำให้รถเป็นรอยครูด หรือขีดข่วน
- ไถลตกข้างทาง
- ถูกขีดข่วน หรือกลั่นแกล้ง
- โดนหิน หรือวัตถุอื่นๆ กระเด็นใส่ หรือตกใส่รถ ทำให้พื้นผิวสีของรถเสียหาย
- ถูกสัตว์กัดแทะเป็นรอยขีดข่วน
- ถูกละอองสีหรือปูน วัสดุอื่นๆ ตกใส่ โดยไม่ทราบผู้กระทำ
- ตกหลุมและครูดไปกับพื้นถนน ทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวรถ
- ไม่สามารถแจ้งลักษณะการเกิดเหตุได้ชัดเจน
- ไม่สามารถแจ้งวัน เวลา และสถานที่ ที่รถได้รับความเสียหายได้อย่างชัดเจน
- ถูกทุบกระจกรถ โดยไม่สามารถแจ้งคู่กรณีหรือผู้ที่กระทำได้
ส่วนกรณีที่ผู้เอาประกันไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก คือ
- ชนคน สุนัข และสัตว์อื่นๆ
- ชนเสา ประตู รั้ว ต้นไม้ เสาไฟฟ้า กำแพง หรือวัตถุอื่นๆ จนทำให้ตัวรถและอุปกรณ์ต่างๆ บุบ แตก ร้าว อย่างชัดเจน
- ชนราวสะพาน ขอบทาง ทางเท้า หรือกองดิน ทำให้รถมีรอยบุบยุบ
- พลิกคว่ำ พลิกตะแคง ตกข้างทาง
- ถูกโจรกรรม ลักทรัพย์อุปกรณ์ภายในรถ
- ไฟไหม้ตัวรถและอุปกรณ์ภายในรถ
- กระจกรถแตก ร้าว โดยสามารถแจ้งสาเหตุของการแตกร้าวนั้นได้
- ภัยน้ำท่วม และลมพายุ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับรถที่ทำประกันภัยทุกครั้งควรแจ้งให้บริษัทประกัน ภัยทราบทันที ไม่ว่าจะเสียหายมากน้อยเพียงใดก็ตาม และต้องแจ้งวัน เวลา สถานที่ให้ชัดเจน รวมทั้งลักษณะความเสียหาย เพื่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยจะได้ดำเนินการตรวจสอบความเสียหาย หรือมีข้อมูลได้อย่างครบถ้วน จากนั้นจึงสามารถนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการซ่อมทันที
ขอขอบคุณ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)
ที่มา: นิตยสาร Honda Automobile 4/2009

ข้อควรรู้สำหรับการลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์

ส่วนลดแรกเข้า/ ส่วนลดป้ายแดง
รถยนต์ที่เคยทำประกันรถยนต์ที่ บริษัทประกันภัยอื่นมาแล้ว (อาจจะมีเคลม) และสนใจที่ต่อประกันรถยนต์ที่บริษัทอื่นแทน หรือรถยนต์ใหม่ป้ายแดง จากโชว์รูม ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่ได้แถมประกันรถยนต์ชั้น 1 มาด้วย จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันรถยนต์ระหว่าง 10-25% ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท
ส่วนลดข้าราชการ
ข้าราชการประเภทต่างๆ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทในกำกับของรัฐ (เช่น ปตท, อสมท. ไปรษณีย์, การบินไทย) จะได้รับสิทธิพิเศษ ส่วนลดเบี้ยประกันรถยนต์ ระหว่าง 15-50%
ส่วนลดกลุ่ม
กรณีที่ผู้เอาประกันภัยมีรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัทประกันภัยตั้งแต่ 3 คันขึ้นไป จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยกลุ่ม 10%
ส่วนลดระบุอายุผู้ขับขี่
เป็นการคุ้มครองความรับผิด หรือความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันกันภัย ในกรณีที่บุคคลที่ระบุชื่อเป็นผู้ขับขี่ (กรณีถ้าไม่ใช่ผู้เอาประกันภัย ต้องเข้าร่วมรับผิดต่อความเสียหาย) เฉพาะรถยนต์ที่ใช้ส่วนบุคคลเท่านั้น โดยแบ่งเป็น 4 ระดับอายุ คือ
ช่วงอายุ 18 – 24 ปี ส่วนลด 5%
ช่วงอายุ 25 – 35 ปี ส่วนลด 10%
ช่วงอายุ 36 – 50 ปี ส่วนลด 15%
ช่วงอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป ส่วนลด 20%
ส่วนลดประวัติดี
ใน แต่ละปี ถ้ารถที่เอาประกันภัยไม่มีเคลม หรือมีเคลมแต่ไม่ได้เป็นฝ่ายผิด จะได้รับส่วนลดประวัติดี ตามลำดับขั้นในแต่ละปี สูงสุดถึง 50% ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ
ขั้นที่ 1 ขับรถดีในปีแรก รับส่วนลด 20%
ขั้นที่ 2 ขับรถดี 2 ปีติดต่อกัน รับส่วนลด 30%
ขั้นที่ 3 ขับรถดี 3 ปีติดต่อกัน รับส่วนลด 40%
ขั้นที่ 4 ขับรถดีติดต่อกันตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป รับส่วนลด 50%

ส่วนลดโปรโมชั่น
ในบางช่วง หรือบางโอกาส บริษัทประกันภัย จะจัด campaign เพื่อส่งเสริมการขาย เพื่อแย่งชิงตลาดลูกค้า รวมทั้งตัวแทน นายหน้าอาจจะจัดรายการส่งเสริมการขาย ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าสนใจทำประกันภัยรถยนต์ ซึ่งหากมองในมูมของลูกค้าถือว่า ลูกค้าได้รับโอกาสที่ดี เพราะตลาดมีการแข่งขันในด้านผลิตภัณฑ์ แต่ที่สำคัญธุรกิจประกันภัย ต้องให้ความสำคัญกับการให้บริการเป็นอันดับแรกเลยนะครับ ลูกค้าถึงจะได้ใช้บริการต่อไปอย่างยาวนาน

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ  (Voluntary Motor Insurance)

 การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ภาค สมัครใจนี้เป็นการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อ (ผู้เอาประกัน) และผู้ขาย (บริษัทประกันภัย) โดยสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองได้ตามความต้องการและเหมาะสมกับผู้เอาประกัน ภัย เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น (Risk Management) ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเสียหาย หรือลดภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ปรับปรุงโครงสร้าง การประกันภัยรถยนต์ใหม่ ให้สอดคล้องกับระบบสากลโดยนำเอา ปัจจัยเกี่ยวกับตัวผู้ขับขี่ ลักษณะการใช้รถ กลุ่ม ขนาด และอายุรถ ฯลฯ มาเป็นองค์ประกอบในการคำนวณเบี้ยประกันภัย

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ  (Voluntary Motor Insurance) มีความคุ้มครองให้เลือก 5 ประเภทคือ 

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 (ชั้น 1) (Comprehensive)
ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด คือ
ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
ความรับผิดต่อทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อความเสีย หายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
ความรับผิดต่อความสูญ หายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

ประเภท 2 (ชั้น 2) (Third party Liability&  Fire and Theft)
ผู้ทำประกันภัยประเภทนี้จะได้รับความคุ้มครอง
ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
ความรับผิดต่อทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อความสูญ หายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 (ชั้น 3) (Third Party Liability Only)

 ซึ่งเป็นประเภทที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ดังนี้
ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
ความรับผิดต่อทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อความสูญ หายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 4 

ผู้ทำประกันภัยประเภทนี้จะได้รับความคุ้มครองเฉพาะ
ความรับผิดต่อทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 (คุ้มครองเฉพาะภัย ชั้น 2+)
ผู้ทำประกันภัยประเภทนี้จะได้รับความคุ้มครอง คือ
ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
ความรับผิดต่อทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อความสูญ หายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย
ความรับผิดต่อความเสีย หายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย**
**รถยนต์คันเอาประกันภัย ได้รับความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ที่เกิดจากการชนกับ ยานพาหนะทางบกอื่นเท่านั้น

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 (คุ้มครองเฉพาะภัย ชั้น 3+)
ผู้ทำประกันภัยประเภทนี้จะได้รับความคุ้มครอง คือ
ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
ความรับผิดต่อทรัพย์สิน ของบุคคลภายนอก
ความรับผิดต่อความเสีย หายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย**
**รถยนต์คันเอาประกันภัย ได้รับความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ที่เกิดจากการชนกับ ยานพาหนะทางบกอื่นเท่านั้น