Sunday, February 27, 2011

การต่อภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

ยื่นล่วงหน้าก่อนวันครบกำหนดเสียภาษีได้ไม่เกิน 3 เดือน และเจ้าของรถสามารถยื่นเสียภาษีได้ ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้
1. รถที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร
    1.1 สำนักทะเบียนและภาษีรถ หรือสำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ได้ทุกแห่งในเขตกรุงเทพมหานคร
    1.2 ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งในเขตกรุงเทพมหานคร
    1.3 สำนักงานเขตทุกเขตและศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
    1.4 ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทั่วประเทศ

2. รถที่จดทะเบียนในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร
    2.1 สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาที่รถนั้นจดทะเบียนไว้
    2.2 ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทั่วประเทศ

ประเภทรถที่รับเสียภาษี
    รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน  (รย.1)
    รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน  (รย.2)
    รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล  (รย.3)
    รถจักรยานยนต์  (รย.12)

หลักฐานที่ใช้
    1. ใบคู่มือจดทะเบียนรถ
    2. หลักฐานการเอาประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535  ที่ยังไม่สิ้นอายุ
    3. ใบรับรองการตรวจสภาพรถ (สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน  หรือรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่จดทะเบียนมาแล้วตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป  หรือรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนมาแล้วตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป)

สำหรับกรณี ที่ต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม
- กรณีมีการแจ้งเปลี่ยนสี, เปลี่ยนเครื่อง ต้องมีใบเสร็จมาประกอบการแก้ไข และต้องนำรถมาตรวจสภาพด้วย
- รถติดตั้งก๊าซ LPG, NGV ใช้ใบรับรอบการตรสจ และทดสอบการติดตั้งส่วนควบ และอุปกรณ์สำหรับรถที่ใช้ก๊าซ ต้องนำรถมาตรวจสภาพด้วย
- ถ้าในเล่มทะเบียนบันทึกติดตั้งก๊าซ NGV แล้ว การต่อภาษีประจำปี ต้องมีใบรับรองวิศวกรประกอบการต่อภาษีด้วย
- รถที่ค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันครบ 3 ปี ให้นำแผ่นป้ายทะเบียนมาคืน และนำรถมาตรวจสถาพตอนจดทะเบียนใหม่

เงื่อนไข
    1. เป็นรถที่ไม่มีภาษีค้างชำระหรือมีภาษีค้างชำระไม่เกิน 1 ปี หรือมีภาษีค้างชำระเกิน 1 ปี ที่นายทะเบียนได้ประกาศยกเว้นการตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี
    2. ยื่นขอเสียภาษีประจำปีล่วงหน้าได้ไม่เกิน 3 เดือน ก่อนวันครบกำหนดเสียภาษี เว้นแต่รถที่มีภาษีค้างชำระให้ยื่นได้ทันที


ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน
2. ชำระค่าภาษี และรับใบเสร็จรับเงิน เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และใบคู่มือจดทะเบียนรถ

วิธี คิดคำนวณภาษีของรถประเภทต่างๆ ว่ามีขั้นตอนการคิดเช่นไร พร้อมบัญชีอัตราภาษีรถตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาดูประกอบตัวอย่างการคิดคำนวณนะครับ

รย.1 บุคคลธรรมดา คิดตาม cc รถ
Step ที่ 1  คือ 1 - 600  cc       คูณ 0.5         = Tax
Step ที่ 2  คือ 601 - 1,799 cc คูณ 1.5         = Tax
Step ที่ 3  คือ 1,800 cc ขี้นไป  คูณ 4            = Tax

ลบด้วย

อายุรถยนต์  (ส่วนลด)
ปีที่ 6 ลด 10 %
ปีที่ 7 ลด 20 %
ปีที่ 8 ลด 30 %
ปีที่ 9 ลด 40%
ปีที่ 10 ขี้นไป ลด 50 %

รย. 2 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน
ถ้าน้ำหนักรถไม่เกิน 1,800 คำนวนภาษี 1,300 บาท
ถ้าน้ำหนักรถ   เกิน 1,800 คำนวนภาษี 1,600 บาท

รย. 3 รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (เก็บตามน้ำหนักรถ (กิโลกรัม) * ไม่มีส่วนลด *
501- 750      = 450 บาท
751 - 1000   = 600 บาท
1001 - 1250 = 750 บาท
1251 - 1500 = 900 บาท
1501 - 1750 = 1,050 บาท
1751 - 2000 = 1,350 บาท
2001 - 2500 = 1,650 บาท


การคำนวณภาษี กรณีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รย.1) BMW 330 เครื่องยนต์ 2,979 cc ปีจดทะเบียน 2548 (2005)

วิธีคิด ตัวอย่าง
รถยนต์ ยี่ห้อ BMW  รุ่น 330    เครื่องยนต์ 2,979 cc  คิด
1. 600 cc แรก cc ละ 0.5 บาท     = 600x0.5 = 300 บาท
2. 601-1800 cc ละ 1.50 บาท    = (1,800-600) = 1200 x 1.50 = 1,800 บาท
3. เกิน 1800 cc ละ 4 บาท          = (2,979 - 1,800) x 4 = 1179 x 4.00 = 4716 บาท

รวมค่าภาษี
รวมทั้งหมด 300+1,800+4,716 บาท      = 6,816  บาท
ค่าภาษี ในระหว่าง ปีที่ 1 จนถึงปีที่ 5          = 6,816  บาท
ปีที่ 6 ได้รับส่วนลดค่าภาษี 10%              = 6,816 บาท – 681.6

                                                  = 6,134.4 บาท

ต่อภาษีติดต่อได้ที่ http://www.saveprakan.com/insurance/to-tax/free-annual-cartax.html 


ติดต่อประกันภัยรถยนต์  ได้ที่นี่

No comments:

Post a Comment