Wednesday, March 30, 2011

คปภ. เตือนประชาชนทำประกันภัยรับมือแผ่นดินไหว

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่าตามที่ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.8 ริกเตอร์ โดยศูนย กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่แขวงเมืองพยาค รัฐฉาน สาธารณรัฐสหภาพพม่า ซึ่งอยู่ใกล้กับชายแดนของไทย เมื่อเวลาประมาณ 20.55 น. ของวันที่ 24 มีนาคม 2554 ส่งผลให้หลายจังหวัดในภาคเหนือของไทยได้รับผลกระทบจากแรงสะเทือนดังกล่าว

สำนักงาน คปภ.ขอเรียนว่ามีกรมธรรม์ประกันภัยหลายประเภทที่ให้ความคุ้มครองภัยจากแผ่นดินไหว โดยมีความคุ้มครองหลัก ดังนี้

กรมธรรม์ ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) ให้ความความคุ้มครองค ามเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกทุกชนิด เช่น ภัยแผ่นดินไหว ภัยน้ำท่วม ภัยลมพายุ ภัยลูกเห็บ ซึ่งไม่ได้ระบุยกเว้นไว้

กรมธรรม์ ประกันอัคคีภัย ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า แรงระเบิดของแก๊สที่ใช้สำหรับให้แสงสว่างหรือใช้ในที่อยู่อาศัย หรือภัยเพิ่มเติมอื่นๆ ซึ่ง สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้ เช่น กรณีเกิดจากแผ่นดินไหว น้ำท่วม ลมพายุ เป็นต้น

กรมธรรม์ประกันภัยรถ ยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถที่เอาประกันภัย ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยโดยไม่มีค่า สียหายส่วนแรก Deductible

ซึ่งหากทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสีย หาย จากเหตุการณ์ดังกล่าวขอให้ตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ท่าน ซื้อไว้ และรีบแจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อสำรวจความเสียหายโดยเร็ว

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ หากทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลไว้ก็จะได้รับความคุ้มครองตามสัญญาที่ระบุ ไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ.ในพื้นที่ าคเหนือเร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นการเร่งด่วน แล้ว อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นขอให้ประชาชนตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ได้ซื้อไว้ ว่ามีความคุ้มครองอะไรบ้าง เนื่องจากปัจจุบันมักเกิดภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม บ่อยครั้งซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชนเป็น จำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนซื้อประกันภัยรวมถึงความคุ้มครองเพิ่มเติมเพื่อช่วยแบ่งเบา ภาระทางการเงินของท่าน หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย เพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนประกันภัย 1186

ที่มา : http://www.ryt9.com/s/prg/1117710

จัดอันดับประกันภัยที่น่าเชื่อถือสุด ปี 2011 or 2554

จากข้อมูล BrandAge 2011 Thailand's Most Admired Brand ซึ่งได้ดำเนินการจัดทำผลการสำรวจความนิยม ซึ่งก็ยังได้รับความนิยมและติดตามอยู่ตลอดเวลา จากผู้บริโภต ลองมาดูกันว่า แบรนด์ ประกันภัย รายใด จะสามารถขยับอันดับ หรือมีการเปลี่ยแปลงแชมป์ ได้หรือเปล่า ลองมาดูกันครับ
อันดับที่                      ร้อยละ
1. วิริยะประกันภัย          46.62
2. สินมั่นคงประกันภัย    14.45
3. มิตรแท้ประกันภัย        7.46
4. กรุงเทพประกันภัย      6.76
5. ทิพยประกันภัย          4.90
6. ประกันคุ้มภัย            3.03
7. อาคเนย์ประกันภัย     2.10
8. LMG ประกันภัย        1.75
9. ธนชาติประกันภัย      1.63
9. ไทยประกันภัย         1.63
หมายเหตุ : ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้บริการประกันภัยที่เห็นด้วย

ที่มา ฺBrandAge ปี่ที่ 12 ฉบับที่ 1 มกราคม 2554  http://www.brandage.com

บทวิเคราะห์ และความคิดเห็นเพิ่มเติม

แม้ว่าวิริยะจะได้รับการยอมรับว่าเป็นประกันภัยที่น่าเชื่อถือมากที่สุดติดต่อกันยาวนานมาก แต่ข้อมูลก็แสดงให้เห็นนัยสำคัญ ว่า มีจำนวนผู้ที่พึงพอใจลดลงจาก 48.91% จากปี 2010  มาเป็น 46.62% ในปี 2011 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าด้วยการแข่งขันและการให้บริการในบางเคส อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจในครั้งนี้ และเนื่องจากพื้นฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นในต่างจังหวัด ก็ทำให้วิริยะก็ยังครองแชมป์ไปอย่างดาย แต่ในอนาคตการแข่งขันก็มีสูงขึ้น คู่แข่งก็พยามทำการตลาดให้มีผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการบริการ ที่โดนใจมากยิ่งขึ้น แต่ที่น่ายินดีมาก ก็คือ มิตรแท้ประกันภัย ที่ขยับตัวขึ้น TOP 3 หลังจากที่เคยอยู่อันดับ 5 ในปี 2010 จาก 4.35% มาเป็น 7.46% ถือว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการให้บริการที่ดี เป็นที่พึงพอใจของลูกค้า มีการจัดทำผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่หลากหลายมากมาย และมีการขยายงานแบบระบบเครือข่าย ถือว่าได้ใจลูกค้ามากขึ้นทีเดียว

สำหรับหลายๆ บริษัทที่ท่านรู้จักดี แต่ไม่ได้ปรากฎในที่นี้ เนื่องด้วยการจัดอันความน่าเชื่อถือ เพียง 10 อันดับ และไม่เกี่ยวข้องกับยอดขายสินค้าประกันภัย หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าบริษัทหลายบริษัทมีปริมาณยอดขาย ทั้งประเภท non-motor insurance และ motor insurance (ประกันภัยรถยนต์) อยู่ในอันดับ 1-10 ทำไม ไม่อยู่ใน ณ ที่นี้ ก็ไม่ต้องสงสัยนะครับ เพราะเป็นการจัดอันดับคนละประภทกัน แต่ในปีนี้ และปีหน้า 2012 ผมคาดการณ์ว่า คงจะมีการแข่งขันอย่างเข้มข้นแน่นอน  ทั้งในเรื่องของราคา ผลิตภัณฑ์ (ความคุ้มครอง ความหลากหลาย) การบริการ เทคโนโลยี ช่องทางการตลาด และการเพิ่มเงินทุน หรือการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งการแข่งขันในอนาคต เพื่อรองรับ ASEAN ONE หรือ ASEAN Economics Community : AEC อันใกล้นี้

ข้อมูลประกันภัยรถยนต์ดีๆ ติดตามได้ที่ www.saveprakan.com



Tuesday, March 1, 2011

ประกันชีวิตไทยแนวโน้มมีเสถียรภาพ

ฟิทช์ เรทติ้งส์ กล่าวว่าอุตสาหกรรมประกันชีวิตมีแนวโน้มมีเสถียรภาพ เนื่องจากการคาดการณ์ว่าการเติบโตของเบี้ยประกันน่าจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือประกันชีวิตผ่านธนาคารและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ เพิ่มมากขึ้น และการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของผลกำไรและสถานะเงินกองทุนของบริษัท ประกันชีวิต
โตอย่างต่อเนื่อง
ข่าวเศรษฐกิจ ThaiPR.net -- อังคารที่ 1 มีนาคม 2554 14:14:12 น.
กรุงเทพฯ--1 มี.ค.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

ฟิทช์ เรทติ้งส์ กล่าวว่าอุตสาหกรรมประกันชีวิตมีแนวโน้มมีเสถียรภาพ เนื่องจากการคาดการณ์ว่าการเติบโตของเบี้ยประกันน่าจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือประกันชีวิตผ่านธนาคารและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ เพิ่มมากขึ้น และการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของผลกำไรและสถานะเงินกองทุนของบริษัท ประกันชีวิต

ในรายงานพิเศษที่มีการเผยแพร่ ฟิทช์กล่าวว่าเบี้ยประกันชีวิตมีอัตราการเติบโตถึง 14% จากปีก่อนมาอยู่ที่ 296 พันล้านบาทในปี 2553 แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในไตรมาสที่ 2 ของปี 2553 ที่ส่งผลให้ธุรกิจเกิดการหยุดชะงักในระยะสั้น การเติบโตของเบี้ยประกันมีสาเหตุหลักมาจากการที่ตลาดประกันชีวิตผ่านธนาคาร มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ถือกรมธรรม์มีเพิ่มขึ้น ฟิทช์คาดว่าเบี้ยประกันจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2554 และจะยังคงจะเห็นผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งผลตอบแทนการลงทุนที่ดีขึ้นและการควมคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นจะทำให้บริษัทประกันชีวิตเผชิญกับการ แข่งขันจากผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนอื่นๆ แต่ผลกระทบน่าจะเป็นในเรื่องของการที่อัตราการเติบโตของธุรกิจใหม่อาจจะปรับ ตัวลดลง มากกว่าที่จะเห็นการเวนคืนกรมธรรม์ที่เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ฟิทช์ ยังคาดว่าบริษัทประกันชีวิตไทยจะสามารถรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้ ในระยะปานกลาง เนื่องจากอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่คาดว่าน่าจะสูงขึ้นจากการที่อัตรา ดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น “แม้ว่าความผันผวนของตลาดหุ้นจะเป็นความเสี่ยง แต่บริษัทประกันมีการลงทุนในตราสารหุ้นในสัดส่วนที่จำกัด เนื่องจากข้อกำหนดที่เข้มงวด” นฤมล ชาญชนะวิวัฒน์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายจัดอันดับเครดิตบริษัทประกันในเอเชียแปซิฟิค กล่าว ในระยะยาวการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่างๆน่าจะทำให้สถานะทางการเงินของบริษัท ประกันชีวิตปรับตัวแข็งแกร่งขึ้น โดยการนำหลักการการดำรงเงินกองทุนตามความเสี่ยง (Risk-based capital framework) มาใช้ในปี 2554 น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับอุตสาหกรรมเนื่องจากจะช่วยให้มีการบริหารความเสี่ยง ที่ดีขึ้น มีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่มีความโปร่งใสมากขึ้น และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนจะสะท้อนความเสี่ยงที่ดีขึ้น ในด้านค่าใช้จ่าย บริษัทประกันชีวิตไทยได้แสดงให้เห็นถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการขายและการ ดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นไปอย่างตอเนื่อง เนื่องจากความหลากหลายของช่องทางการจำหน่าย

ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจที่อาจปรับตัวอ่อนแอลง และอัตราเงินเฟ้อที่อาจจะสูงกว่าที่คาดการณ์ อัตราการเติบโตของเบี้ยประกันในระดับที่เห็นใน 3 ปีที่ผ่านมาอาจจะปรับตัวลดลงหากเศรษฐกิจชะลอตัวลง นอกจากนี้การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอัตราเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัย เสี่ยง เนื่องจากอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแผนการลงทุนของบริษัทประกันได้

ที่มา http://www.ryt9.com/s/prg/1098910

ไทยสมุทรประกันชีวิต ชูคอนเซปท์ปี 2554 “Big Year” หวังเบี้ยเติบโต 25%

ไทยสมุทรประกันชีวิต ชูคอนเซปท์ปี 2554 “Big Year” หวังเบี้ยเติบโต 25%รุกหนักขยายฐานเร่งสร้างตัวแทนรุ่นใหม่ พร้อมกิจกรรมและผลิตภัณฑ์เจาะตลาดต่อเนื่องพร้อมยึดฐานใหญ่รากหญ้าเหนียว แน่น ย้ำแบรนด์ “เพื่อนคู่ชีวิต...ตลอดไป”

บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด เพื่อนคู่ชีวิต...ตลอดไป ชูคอนเซปท์ปี 2554 กับแนวคิด “Big Year” ตั้งเป้าเบี้ยปีแรกช่องทางตัวแทนเติบโต 25 เปอร์เซนต์ หรือกว่า 3,500 ล้านบาท รุกสร้างตัวแทนรุ่นใหม่ทั่วประเทศเพิ่ม 4,500 คน พร้อมจัดกิจกรรมการตลาดและนำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เข้มข้น และหลากหลายยิ่งขึ้น เน้นยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เดินหน้าตอกย้าภาพลักษณ์ของการเป็นบริษัทประกันชีวิตที่พร้อมดูแลและเป็น “เพื่อนคู่ชีวิต...ตลอดไป” ของลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาฐานลูกค้ารากหญ้าขนาดใหญ่อย่างเหนียวแน่น

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทฯ ได้ทำการรีแบรนด์ภาพลักษณ์ของไทยสมุทรฯ ให้มีความเป็นแบรนด์ของบริษัทประกันชีวิตที่ มีความทันสมัยที่พร้อมตอบสนอง ผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันยังรักษาฐานลูกค้าหลักระดับรากหญ้าอย่างเหนียวแน่นตั้งแต่ปี 2552 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เห็นได้จากการที่กลุ่มลูกค้ารวมถึงผู้บริโภคทั่วไปสามารถจดจำแบรนด์ที่มีภาพ ลักษณ์ใหม่ได้มากขึ้น อีกทั้งฐานลูกค้ามีการขยายเข้าสู่กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่มากขึ้นเช่นกัน

ใน ปี 2554 บริษัทมีกลยุทธ์ที่จะขยายการสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์ของไทยสมุทรฯ ให้เป็นแบรนด์ที่ทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิมและพร้อมจะตอบสนองลูกค้าทั้งกลุ่มคน รุ่นใหม่และลูกค้าดั้งเดิมมากยิ่งขึ้น ด้วยการรุกดำเนินงานในด้านต่างๆ ทั้งการจัดคาราวานเดินทางไปรับสมัครตัวแทนรุ่นใหม่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ การปรับรูปแบบสาขาให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ การเปิดสำนักงานตัวแทน การจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อเจาะกลุ่มคนทำงานและนักศึกษามากขึ้น และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลาย

สำหรับการจัดกิจกรรมคาราวาน รับสมัครตัวแทนรุ่นใหม่ เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาระดับปวช.ขึ้นไป อายุระหว่าง 25 — 35 ปี เพื่อที่จะสามารถนำมาต่อยอดเพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจธุรกิจการเงินและการ ประกันชีวิต ทั้งนี้ กิจกรรมคาราวานรับสมัครตัวแทนรุ่นใหม่นี้ จะเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อรับสมัครตัวแทนจนถึงเดือนมีนาคม 2554 โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มตัวแทนในปีนี้จำนวน 4,500 คนจากปัจจุบันที่มีมากกว่า 13,000 คน

นอกจากนี้ เพื่อให้ตัวแทนรุ่นใหม่มีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจรวมทั้งตัวแทนรุ่น ปัจจุบันได้มีการพัฒนาความรู้และทักษะ ไทยสมุทรได้จัดหลักสูตรทักษะการขาย การสร้างและบริหารทีม พร้อมหลักสูตรพิเศษกว่า 10 หลักสูตร เพื่อเจาะลึกผลิตภัณฑ์ โดยใช้ศูนย์อบรมไทยสมุทร เขาใหญ่ เป็นศูนย์อบรมหลัก รวมทั้งลงพื้นที่ทั้ง 12 ภูมิภาค เพื่อมุ่งสู่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน สามารถให้คำปรึกษาการวางแผนทางการเงินให้กับลูกค้า เน้นย้ำการฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดทักษะ มีความเชี่ยวชาญ และยึดหลักจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด เพื่อมุ่งสู่การเป็นตัวแทนมืออาชีพอย่างแท้จริงที่สามารถตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าได้อย่างสูงสุด

สำหรับการปรับปรุงสำนักงานสาขาและห้อง ประชุมในปีที่ผ่านมาได้ปรับปรุงไป แล้วจำนวน 11 แห่ง และมีเป้าหมายในปี 2554 ที่จะปรับปรุงเพิ่มอีกจำนวน 30 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งการเปิดสำนักงานตัวแทนที่มีการปรับภาพลักษณ์ใหม่ภายในไตรมาส 2 อีกหลายแห่งโดยกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค เพื่อสนับสนุนตัวแทนที่มีศักยภาพ มีความตั้งใจในการทำงาน มีจำนวนทีมงานและลูกค้าที่แข็งแกร่งเพียงพอ โดยจะเน้นการเปิดสำนักงานตัวแทนในแหล่งชุมชน เพื่อให้ตัวแทนสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ขณะที่ลูกค้าสามารถเดินทางมารับการบริการได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ สำนักงานตัวแทนยังจะสามารถมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการดำเนินงานในด้านต่างๆ ของชุมชนในพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้เป็นบริษัทประกันชีวิตของชุมชนได้ อย่างแท้จริง ทั้งนี้ สำนักงานตัวแทนทุกแห่งจะจัดให้มีมาตรฐานการบริการและรูปแบบการตกแต่งเดียว กันทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการปรับภาพลักษณ์สาขาของไทยสมุทรฯ เพื่อให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มีความทันสมัย

สำหรับการ สื่อสารการตลาด ไทยสมุทรฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมโฆษณาประชาสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้นจากปีที่ แล้ว โดยเน้นการสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ส่วนกลางและท้องถิ่น และสื่อวิทยุ นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าจัดกิจกรรมที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องจากปี ที่แล้ว ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มคนทำงานและนักศึกษามหาวิทยาลัย โดยร่วมกับค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จัดทำมิวสิควิดีโอเพลงเพื่อนคู่ชีวิต ในเวอร์ชั่นที่ขับร้องโดย เตชินท์ ชยุติ บริษัทฯ ยังได้เน้นการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่ง เสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อาทิ งานประกันภัยสัญจร งานสัปดาห์ประกันภัย เป็นต้น กิจกรรมกระตุ้นยอดขายทั้งภายในและภายนอก และกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เข้าถึงผู้บริโภคในระดับชุมชน และการรุกจัดทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อตอบแทนความเป็นเพื่อนคู่ชีวิตอย่างแท้ จริง
ด้านผลประกอบการในปี 2553 และเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2554 มีรายละเอียดดังนี้
หน่วย : ล้านบาท
ปี 2553   เติบโต   ปี 2554  เติบโต
เบี้ยปีแรก  2,861   16.2 %  3,577   25.0 %
เบี้ยรวม   11,608  8.1 %   13,142  13.2 %

สำหรับภาพรวมของธุรกิจประกันชีวิตใน ปี 2554 นางนุสราฯ คาดว่าจะยังคงขยายตัวต่อเนื่องประมาณ 15 เปอร์เซนต์ จากปีที่แล้วที่ขยายตัว 14.3 เปอร์เซนต์ อันเนื่องมาจากปัจจัยบวกหลายประการ อาทิ บริษัทประกันชีวิตต่างๆ ยังคงมีการแข่งขันกันพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบต่างๆ ออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ มาตรการส่งเสริมด้านภาษีของภาครัฐที่มีการเพิ่มค่าลดหย่อนดอกเบี้ยประกันภัย จากการประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งส่งผลให้มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์บำนาญในรูปแบบต่างๆ มากมาย การแข่งขันพัฒนาและเสริมศักยภาพการขายผ่านช่องทางธนาคารและตัวแทน การนำอัตราเบี้ยมรณะใหม่มาใช้ในช่วงกลางปี 2554 ซึ่งจะทำให้เบี้ยประกันชีวิตลดลงโดยเฉพาะเพศหญิงและจะส่งผลให้ประชาชนหันมา ออมเงินผ่านการประกันชีวิตมากขึ้น และการส่งเสริมของคปภ.ในการขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มรากหญ้ามากขึ้น รวมถึงพื้นที่ในต่างจังหวัด

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันชีวิตและ ไม่ควรละเลยคือค่าครอง ชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบันและการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังของผู้บริโภคเนื่องจาก ปัจจัยจากราคาน้ำมันและสถานการณ์ทางการเมือง
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :
ฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร Verve
บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด คุณวงจันทร์ ตั้งทรงศักดิ์ (จันทร์)
คุณอดิศักดิ์ ศรีจันทร์ (ต่อ) โทร. 02-204-8221 หรือ
โทร. 02-261-2300 ต่อ 1627
คุณนิธิดา อัศวนิพนธ์ (นิด้า) โทร. 02-204-8226

ที่มา : http://www.ryt9.com/s/prg/1098944

เมืองไทยประกันภัยโชว์ผลดำเนินงานปี 53 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 53%

กรุงเทพฯ--1 มี.ค.--เมืองไทยประกันภัย

“เมืองไทยประกันภัย” สุดปลื้มผลการดำเนินงานปี53 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 53 % เบี้ยประกันภัยรับรวมสูงถึง 4,925 ล้านบาท พร้อมหวังกวาดเบี้ย ปี 54 มากถึง 5,300 ล้านบาท เน้นขยายทุกช่องทางการขาย พร้อมมุ่งเน้นการบริการที่เต็มศักยภาพ นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด(มหาชน) เปิดเผย ผลการดำเนินงานของปี 2553 ว่า บริษัทฯ มีผลประกอบการกำไรสุทธิ 393.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 53 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2552 โดยบริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 4,925 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 374 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8 จากปีก่อน โดยเป็นผลมาจากการขยายช่องทางการขายของงานประกันภัยทั่วไปทั้งด้านรถยนต์และ ประกันภัยอื่น โดยมีเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้น 266 ล้านบาทหรือ 8%

นอกจากนี้บริษัทฯ มีรายได้และผลกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์รวม 311 ล้านบาทซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากปีที่แล้วคิดเป็นร้อยละ 73 ด้านค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนประมาณ ร้อยละ 5 และกำไรจากการรับประกันภัย 1,256 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 1,146 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 20 มีกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ 430.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 136 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 53

“สำหรับในปี 2554 นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันรับตรงอยู่ที่ 15% หรือ ประมาณ 2 เท่าของธุรกิจ คิดเป็นเบี้ยประกันภัยภัยรับตรง 5,325 ล้านบาท ยังคงเป็นบริษัท Top 5 ของธุรกิจประกันวินาศภัย โดยเป็นเบี้ยประกันภัย (Motor) 2,325 ล้านบาท และเป็นเบี้ยประกันภัย (Non-Motor) 3,000 ล้านบาท “ นางนวลพรรณ กล่าวเพิ่มเติม แถลงผลประกอบการ 53 และนโยบายปี 54 (1/3)
นางนวลพรรณ กล่าวต่อว่า ในปี 2554 นี้ บริษัทฯมีแผนงานหลัก ได้แก่ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย บริษัทฯมีแผนงานดังต่อไปนี้

- การขายผ่านช่องทางธนาคาร (KBancassurance) ยังเป็นช่องทางที่สามารถเพิ่มโอกาสในการขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้แก่ฐานลูกค้าของธนาคารได้อย่างสม่ำเสมอ มีการวางเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 14% โดยผลิตภัณฑ์ที่เป็นเป้าหมายยังคงเป็น ประกันภัย PA ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ในกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย เช่น เด็ก ที่ยังต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา นอกจากนั้น ยังวางเป้าหมายการเติบโตในประกันภัย Marine ผ่านช่องทางฐานลูกค้าธนาคารด้วย

-  การขายช่องทางตัวแทน บริษัทมีการวางการเติบโตในช่องทางตัวแทนที่ประมาณ 16% โดยมุ่งเน้นการเติบโตในประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 และประกันภัยรถยนต์ประเภท Package ต่างๆ เนื่องจากช่องทางนี้ ยังมีการทำกำไรได้ค่อนข้างดี วางเป้าหมายในการขยายงานผ่านช่องทางตัวแทน โดยมีเป้าหมายในการเปิดสำนักงานตัวแทนเพิ่มทั่วประเทศอีก จำนวน 50 แห่งรวมเป็น 367 แห่ง นอกจากนี้บริษัทยังมีตัวแทนทั่วไป จำนวน 3,500 รายที่จะคอยให้บริการแก่ลูกค้าทั่วประเทศ

-  พันธมิตรกลุ่มรถยนต์ การขยายตัวทางด้านประกันรถยนต์ที่สำคัญอีกช่องทางหนึ่งคือ Motor Partners ซึ่งจะดูแลพันธมิตรที่เป็น ดีลเลอร์และ ลิสซิ่ง ชั้นนำหลายแห่งที่เป็นพันธมิตรที่สำคัญ

-  บริษัทยังมีแผนในการเพิ่มพันธมิตรใหม่ๆ รวมทั้งเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ในพันธมิตรที่มีอยู่ เช่น การเพิ่มผลิตภัณฑ์ในโครงการ Central Smart insure ที่เป็นไปตาม Lifestyle ของลูกค้า

ด้านการให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อรองรับการเติบโต บริษัทยังมีการขยายจำนวนศูนย์บริการ โดยตั้งเป้าหมายจะเปิดสาขาเพิ่มเติมอีกจำนวน 8 แห่ง เป็นการเพิ่มจุดบริการ ไปยังภูมิภาคที่สำคัญในจังหวัดต่างๆที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ อันได้แก่ หัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์),ภูเก็ต,สุราษฎร์ธานี ,นครศรีธรรมราช,สมุทรสงคราม,เชียงราย,สระบุรี และสกลนคร เพื่อการให้บริการที่ดีขึ้นไปสู่ลูกค้า และคู่ค้าของบริษัท รวมถึงการสร้างการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ดียิ่งขึ้น

ด้านการบริหารจัดการภายใน ทั้งนี้ ในด้านการบริหารจัดการนั้น บริษัทได้นำระบบ Front-end IT system มาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และการดำเนินโครงการ Small Group Activity เพื่อสร้างการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ลดน้องลง พร้อมทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อีกด้วย
แถลงผลประกอบการ 53 และนโยบายปี 54 (2/3)

นอกจากนั้น บริษัทมีการปรับปรุงการรับประกันภัยต่อให้รองรับความเสี่ยงภัยต่างๆ โดยเฉพาะภัยธรรมชาติให้มากขึ้น เนื่องจากการเกิดอุบัติภัยทั้งในประเทศและทั่วโลก เริ่มมีความถี่และความรุนแรงมากขึ้น

โดยยังกำหนดบริษัทรับประกันภัยต่อที่มี Credit Rating A ขึ้นไป เพื่อให้เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับ RBC ที่กำลังจะเริ่มใช้ในปีนี้ด้วย ทั้งนี้ บริษัทได้มีการเข้าร่วมในกลุ่มบริษัทที่ คปภ. ดำเนินการทดลองหลักเกณฑ์ RBC อยู่แล้ว และของเมืองไทยประกันภัยมีเงินกองทุนที่เพียงพอสูงกว่าที่กำหนด

ด้านทรัพยากรบุคคล บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางด้านศักยภาพของพนักงาน และความเป็นมืออาชีพในการให้ส่งมอบการบริการที่ดีสู่ลูกค้า โดยยึดค่านิยมขององค์กร “SPIRIT” ที่เน้นการสร้างผ่านกิจกรรมในองค์กร โดยในปีนี้ถือว่าเป็นปีที่เราจะมุ่งเน้นการสร้าง“SPIRIT”ให้เกิดขึ้นใน องค์กร ซึ่งถือเป็นปีแรกที่เราเริ่มต้นอย่างจริงจัง เพื่อสร้างค่านิยมทั้ง 6 อักษรนี้ ให้เข้าถึงการดำเนินงานของพนักงานทุกคนจนกลายเป็นค่านิยม โดยเน้นการพัฒนาเป็นระยะเวลา 3 ปีต่อเนื่อง

นางนวลพรรณ กล่าวในตอนท้ายว่า “ ผลการดำเนินงานประจำปี 2553 ของบริษัทฯ เป็นผลมาจากบริษัทฯได้ขยายช่องทางและสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับ พันธมิตรธุรกิจ ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ทำให้สามารถเพิ่มยอดเบี้ยประกันภัยได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทฯยังมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการให้บริการให้มีประสิทธิภาพมาก รวมทั้งการนำระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางมาใช้ การพัฒนาบุคคลากรของบริษัทฯอย่างต่อเนื่อง และการจัดกิจกรรมเพื่อตอบสนองคืนสู่สังคม ซึ่งบริษัทฯจะดำเนินการเช่นนี้ตลอดไป ”
ส่วนโฆษณาประชาสัมพันธ์ / ฝ่ายสื่อสารองค์กร
นายเกริกไกร วิทยาสงเคราะห์ (เจ๋ง) โทร. 02-6654000# 4193
น.ส.กาญจนา ภู่ระหงษ์ (ปุ๊) โทร. 02-6654000# 4261

ที่มาของข้อมูลดีๆ : http://www.ryt9.com/s/prg/1099084